หน้าหลัก

Tuesday, April 23rd, 2019

 

ผวจ.ภูเก็ตสั่งการเทศบาลตำบลรัษฎาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือการขาดแคลนน้ำ

ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตสั่งการเทศบาลตำบลรัษฎาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือลำเลียงน้ำให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลรัษฎาได้ใช้อุปโภคบริโภค เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง วันนี้ (23 เมษายน 2562) เวลา 15.00 น. ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ ในช่วงฤดูแล้ง โดยมี นายสุพจน์รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการ,ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น,นิติบุคคล โครงการเอื้ออาทรรัษฎา (การเคหะรัษฎา) และตัวแทนประชาชนจากชุมชนโหนทรายทอง, หมู่บ้านกู้กู รัษฎา,ชุมชนร่วมพัฒนาหลังศุภนิมิต,ชุมชนซอยกิ่งแก้วและชุมชนเกาะสิเหร่หมู่ 1 ตำบลรัษฎา อำเภอเมืองจังหวัดภูเก็ต ที่ได้รับความเดือดร้อน เข้าร่วม โดยจังหวัดภูเก็ตได้กำหนดมาตรการและแนวทางในการช่วยเหลือประชาชนในช่วงฤดูแล้งที่คาดว่าจะมีระยะเวลาประมาณ 50 วัน เบื้องต้นให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนและประสานกับการประปาส่วนภูมิภาคในการกำหนดจุดรับน้ำในแต่ละพื้นที่ โดยขณะนี้จังหวัดภูเก็ตได้เตรียมรถในการลำเลียงน้ำเพื่อช่วยเหลือประชาชนไว้จำนวน 15 คันประกอบด้วย เทศบาลตำบลรัษฎา ( รถบรรทุก 6 ล้อ จำนวน 3 คันบรรจุคันละ 7,000 ลิตร), การประปาส่วนภูมิภาคสาขาภูเก็ต ( รถบรรทุก 6 ล้อ จำนวน 7 คันบรรจุคันละ 6,000 ลิตร) ,ปภ.เขต 18 ( รถบรรทุก 10 ล้อ จำนวน 2 คันบรรจุคันละ 10,000 ลิตร), ทางหลวงชนบท ( รถบรรทุก 6 ล้อ จำนวน 2 คันบรรจุคันละ 6,000 ลิตร),สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 10 สุราษฎร์ธานี ( รถบรรทุก 6 ล้อ จำนวน 1 คันบรรจุคันละ 6,000อ่านรายเอียด


ผวจ.ภูเก็ตพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแถลงข่าวการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอใกล้วิกฤตช่วงหน้าแล้ง

ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแถลงข่าวการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอใกล้วิกฤตช่วงหน้าแล้งกำชับหน่วยงานทุกภาคส่วนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดูแลประชาชนจัดหาน้ำอุปโภคบริโภคแจกจ่าย ให้ทั่วถึงและครอบคลุม ตามที่ได้เกิดสถานการณ์ภัยแล้งในหลายพื้นที่ ขยายวงกว้าง ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำใช้เพื่ออุปโภคและบริโภคในส่วนของจังหวัดภูเก็ตได้มีการประชุมเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องโดยจังหวัดได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสำรวจแหล่งน้ำเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำให้แก่ประชาชน โดยในวันนี้ (23 เม.ย. 62) นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นายไกรสร มะหะหมัด ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคสาขาภูเก็ต ,นายสมสวัสดิ์ ฉายสินสอน ผู้อำนวยการโครงการชลประทานภูเก็ต, นายประพันธ์ ขันธ์พระแสง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต นายวิญญ์ สิทธิเชนทร์ ท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ต, นายอำเภอเมืองภูเก็ต, นายอำเภอถลางและนายอำเภอกะทู้ พร้อมด้วยผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ร่วมแถลงข่าว แก่สิ่อมวลชน ในประเด็น การบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอในหน้าแล้ง โดยจังหวัดภูเก็ต ได้ออกหนังสือด่วนที่สุด ถึงนายอำเภอทุกอำเภอ,ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการจัดหาน้ำอุปโภคบริโภคมาดำเนินการแจกจ่ายให้กับประชาชนในเขตพื้นที่ของตนเองอย่าง ทั่วถึงและต่อเนื่อง อย่าให้มีกรณีการร้องทุกข์ในประเด็นดังกล่าวโดยเด็ดขาด หากมีปัญหาในทางปฏิบัติใดๆให้รายงานในอำเภอท้องที่และสำเนาแจ้งสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต,สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ต ทราบด้วยทุกครั้ง ทั้งนี้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งดำเนินการตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแผนเผชิญเหตุภัยแล้งของหน่วยงานตนเอง และประกาศวิธีการขั้นตอนวันเวลาการแจกจ่ายน้ำให้ประชาชนรับรู้รับทราบโดยทั่วถึงกัน พร้อมทั้งจัดให้มีศูนย์รับแจ้งเหตุปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง และให้รายงานผลการปฏิบัตินี้ให้จังหวัดทราบในเวลา 16:00 น.ทุกวันตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน 2562 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีการแจ้งยกเลิกการปฏิบัติ ด้านโครงการชลประทานภูเก็ต ได้รายงานสรุปสถานการณ์น้ำจังหวัดภูเก็ตวันที่ 22 เมษายน 2562 มีรายละเอียดประกอบด้วย สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำของกรมชลประทาน ทั้ง 3 แห่ง มีดังนี้ 1) อ่างเก็บน้ำบางวาด มีปริมาณน้ำ 1.09 ล้าน ลบ.ม. (10.07% ของความจุ) จัดสรรน้ำให้การประปาส่วนภูมิภาคและการประปาเทศบาลนครภูเก็ตวันละ 24,000 ลบ.ม.มีน้ำใช้ได้ประมาณ 34 วัน 2).อ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ มีปริมาณน้ำ 0.98 ล้าน ลบ.ม.(13.60% ของความจุ) จัดสรรน้ำให้การประปาส่วนภูมิภาค วันละ 12,000 ลบ.ม.มีน้ำใช้ได้ประมาณ 67 วัน 3) อ่างเก็บน้ำคลองกะทะอ่านรายเอียด


รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ลงนามความตกลงการค้าบริการอาเซียน (ATISA)

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ลงนามความตกลงการค้าบริการอาเซียน (ATISA) และลงนามพิธีสารแก้ไขความตกลงการลงทุนอาเซียน (ACIA) ฉบับที่ 4 ยกมาตรฐานระเบียบด้านบริการให้มีประสิทธิภาพ ลดอุปสรรคและเพิ่มความโปร่งใส รวมทั้งขยายโอกาสทางการค้าบริการและการลงทุนของไทย.นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM) ได้ลงนามความตกลงการค้าบริการอาเซียน และลงนามพิธีสารแก้ไขความตกลงการลงทุนอาเซียน (ACIA) ฉบับที่ 4ในวันที่ 23 เมษายน 2562 ในช่วงการประชุม AEM Retreat ครั้งที่ 25 ที่กระทรวงพาณิชย์ไทยเป็นเจ้าภาพ ณ จังหวัดภูเก็ต โดยมีดาโต๊ะ ปาดูกา ลิม จ๊อก ฮอย เลขาธิการอาเซียนและตัวแทนจาก10ประเทศอาเซียนเข้าร่วม นางสาวชุติมา กล่าวว่า ความตกลง ATISA จะครอบคลุมหลักการในเรื่องที่จำเป็นต่อการค้าบริการ อาทิ การปฏิบัติกับธุรกิจต่างชาติเท่าเทียมกับธุรกิจของชาติตน การเสริมสร้างการจัดทำกฎระเบียบภายในประเทศที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจบริการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การเสริมสร้างความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมของวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อยในอาเซียน รวมถึงการให้ความช่วยเหลือทางวิชาการระหว่างกัน ทั้งนี้ ประเทศสมาชิกอาเซียนที่ต้องการคงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องบางสาขาบริการ สามารถเขียนสงวนกฎระเบียบดังกล่าวได้ ซึ่งจะทำให้ประเทศสมาชิกอื่นทราบเงื่อนไขการเข้าไปลงทุนประกอบธุรกิจในแต่ละประเทศ ซึ่งความตกลงฉบับนี้ให้เวลาประเทศสมาชิกถึง 5 ปี ในการพิจารณากฎระเบียบที่ต้องการสงวนไว้ หลังจากที่ความตกลงฯ มีผลใช้บังคับแล้วนางสาวชุติมา กล่าวว่าเพิ่มเติมว่า ส่วนการปรับปรุงความตกลง ACIA จะกำหนดให้ประเทศสมาชิกอาเซียนต้องผูกพันไม่กำหนดเงื่อนไขที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนของนักลงทุน อาทิ การห้ามเชื่อมโยงการขายสินค้ากับปริมาณหรือมูลค่าส่งออก และการห้ามรัฐบาลกำหนดว่าสินค้าที่นักลงทุนจากประเทศสมาชิกอาเซียนผลิตจะต้องถูกส่งไปยังตลาดใดตลาดหนึ่งเท่านั้น นอกจากนี้ ความตกลงฯ ได้เปิดช่องทางให้สมาชิกอาเซียนยังคงใช้มาตรการหรือเงื่อนไขฯ ที่อาจไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดข้างต้นได้ โดยให้ระบุไว้ในรายการข้อสงวนของตนได้ และนักลงทุนจะไม่สามารถฟ้องรัฐบาลผู้รับการลงทุนได้ ทั้งนี้ การจัดทำพิธีสารดังกล่าวไม่มีผลให้ไทยต้องแก้ไขกฎหมาย ด้านดาโต๊ะ ปาดูกา ลิม จ๊อก ฮอย เลขาธิการอาเซียน กล่าวว่า การลงนามข้อตกลงดังกล่าว จะช่วยยกระดับมาตรฐานการจัดทำกฎระเบียบด้านบริการของสมาชิกอาเซียนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดอุปสรรคทางการค้าบริการที่เกินความจำเป็น รวมทั้งช่วยเพิ่มความโปร่งใสในการใช้มาตรการทางการค้าบริการของประเทศสมาชิกอาเซียน เนื่องจากกำหนดให้ต้องเผยแพร่ระเบียบกฎเกณฑ์ด้านการลงทุนต่อสาธารณะ นำไปสู่การสร้างบรรยากาศทางการค้าบริการที่สามารถคาดการณ์ได้ ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะในสาขาที่ไทยมีศักยภาพและสามารถเติบโตได้ในประเทศอาเซียนอ่านรายเอียด


ทต.รัษฎา เตรียมจัด Big Cleanning ร่วมกับกำลังพล จากกองทัพเรือออสเตรเลีย 29 เมษายน นี้

  วันอังคารที่ 23 เมษายน 2562 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 4 เทศบาลตำบลรัษฎา จัดให้มีการประชุมเตรียมความพร้อมในการจัดกิจกรรมจิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ Big Cleaning Day ครั้งที่ 11 ในวันที่ 29 เมษายน 2562 ณ บริเวณชุมชนแหลมตุ๊กแก (ศาลาเอนกประสงค์) หมู่ที่ 4 ตำบลรัษฎา โดยเป็นความร่วมมือระหว่างกองทัพเรือออสเตรเลีย สถานกงสุลออสเตรเลียประจำจังหวัดภูเก็ต และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต โดยมีนายภูดิท รักษาราษฎร์ นายกเทศมนตรีตำบลรัษฎา เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วยนายภาวัต ศุภสุวรรณ รองนายกเทศมนตรีตำบลรัษฎา นางจันทิพย์ ยิ่งดำนุ่น ปลัดเทศบาลตำบลรัษฎา Dr.Peter w. Harris ประธานเครือข่ายสิ่งแวดล้อมเอเชียแปซิฟิก หรือ Asia Pacific Environmental Network (APEN) หัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วย เทศบาลตำบลรัษฎา  จึงขอเชิญชวน จิตอาสา ประชาชน กลุ่มองค์กร อาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก(อถล.) กลุ่มสตรีอาสา  อาสาสมัครสาธารณสุข(อสม.) ฯลฯและประชาชนทัั่วไป ร่วมกิจกรรมทำความสะอาดชายหาดแหลมตุ้กแก ในวันจันทร์ ที่ 29 เมษายน นี้ ณ โรงประชุมหมู่บ้าน บ้านแหลมตุ้กแก ตั้งแต่เวลา 08.30 น. และร่วมรับประทานอาหารหลังเสร็จกิจกรรม ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านแหลมตุ้กแก รวมถึงร่วมให้การต้อนรับทหารและกำลังพลจากกองทัพเรือประเทศออสเตรเลีย ซึ่งประเทศไทย ได้มีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2495 และครบรอบ 67 ปี ระหว่างความสัมพันธ์ไทยกับออสเตรเลีย ที่จะมาร่วมกิจกรรมกับเทศบาลตำบลรัษฎา จำนวน 60อ่านรายเอียด


จังหวัดภูเก็ต แถลงข่าวการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอใกล้วิกฤตช่วงหน้าแล้ง

ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแถลงข่าวการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอใกล้วิกฤตช่วงหน้าแล้งกำชับหน่วยงานทุกภาคส่วนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดูแลประชาชนจัดหาน้ำอุปโภคบริโภคแจกจ่าย ให้ทั่วถึงและครอบคลุม ตามที่ได้เกิดสถานการณ์ภัยแล้งในหลายพื้นที่ ขยายวงกว้าง ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำใช้เพื่ออุปโภคและบริโภค ในส่วนของจังหวัดภูเก็ตได้มีการประชุมเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องโดยจังหวัดได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสำรวจแหล่งน้ำเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำให้แก่ประชาชน โดยในวันนี้ (๒๓ เม.ย. ๖๒) นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นายไกรสร มะหะหมัด ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคสาขาภูเก็ต ,นายสมสวัสดิ์ ฉายสินสอน ผู้อำนวยการโครงการชลประทานภูเก็ต, นายประพันธ์ ขันธ์พระแสง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต นายวิญญ์ สิทธิเชนทร์ ท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ต, นายอำเภอเมืองภูเก็ต, นายอำเภอถลางและนายอำเภอกะทู้ พร้อมด้วยผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ร่วมแถลงข่าว แก่สิ่อมวลชน ในประเด็น การบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอในหน้าแล้ง โดยจังหวัดภูเก็ต ได้ออกหนังสือด่วนที่สุด ถึงนายอำเภอทุกอำเภอ,ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการจัดหาน้ำอุปโภคบริโภคมาดำเนินการแจกจ่ายให้กับประชาชนในเขตพื้นที่ของตนเองอย่าง ทั่วถึงและต่อเนื่อง อย่าให้มีกรณีการร้องทุกข์ในประเด็นดังกล่าวโดยเด็ดขาด หากมีปัญหาในทางปฏิบัติใดๆให้รายงานในอำเภอท้องที่และสำเนาแจ้งสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต,สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ต ทราบด้วยทุกครั้ง ทั้งนี้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งดำเนินการตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแผนเผชิญเหตุภัยแล้งของหน่วยงานตนเอง และประกาศวิธีการขั้นตอนวันเวลาการแจกจ่ายน้ำให้ประชาชนรับรู้รับทราบโดยทั่วถึงกัน พร้อมทั้งจัดให้มีศูนย์รับแจ้งเหตุปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง และให้รายงานผลการปฏิบัตินี้ให้จังหวัดทราบในเวลา 16:00 น.ทุกวันตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน 2562 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีการแจ้งยกเลิกการปฏิบัติ ด้านโครงการชลประทานภูเก็ต ได้รายงานสรุปสถานการณ์น้ำจังหวัดภูเก็ตวันที่ 22 เมษายน 2562 มีรายละเอียดดังนี้ 1. สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำของกรมชลประทาน ทั้ง 3 แห่ง มีดังนี้ 1.1 อ่างเก็บน้ำบางวาด มีปริมาณน้ำ 1.09 ล้าน ลบ.ม. (10.07% ของความจุ) จัดสรรน้ำให้การประปาส่วนภูมิภาคและการประปาเทศบาลนครภูเก็ตวันละ 24,000 ลบ.ม.มีน้ำใช้ได้ประมาณ 34 วัน 1.2.อ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ มีปริมาณน้ำ 0.98 ล้าน ลบ.ม.(13.60% ของความจุ) จัดสรรน้ำให้การประปาส่วนภูมิภาค วันละ 12,000 ลบ.ม.มีน้ำใช้ได้ประมาณ 67 วันอ่านรายเอียด


เทศบาลในจังหวัดภูเก็ต จัดประชุมสันนิบาตเทศบาลจังหวัดภูเก็ตครั้งแรก ของปี 2562

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2562 เวลา 19.00 น.ณ ห้องประชุมซีเพิร์ล ชั้น ๒ โรงแรมเพิร์ล จังหวัดภูเก็ต นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต เป็นประธานการประชุมสันนิบาตเทศบาลจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 1 ประจำปี 2562โดยมีสมาชิกสันนิบาตเทศบาลในจังหวัดภูเก็ต อันประกอบด้วย  นายกเทศมนตรี  ประธานสภาเทศบาล ปลัดเทศบาล  ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ตัวแทนผู้เข้าร่วมประชุมทั้ง 12 แห่ง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงการประชุมในวันนี้   นับเป็นการประชุมครั้งแรกในรอบปี 2562 ของการประชุมสันนิบาตเทศบาลจังหวัดภูเก็ต  มีวาระการประชุมที่สำคัญคือ การจัดสรรเงินอุดหนุน ประจำปี 2562 ซึ่งสันนิบาตเทศบาลของจังหวัดภูเก็ต ได้รับเงินจัดสรรจากสันนิบาตเทศบาลภาคใต้ ตามหลักเกณฑ์  จำนวน 575,480 บาท มีการแถลงแจกแจงรายละเอียดรา่ยรับ รายจ่ายทั้งหมดของการดำเนินงานให้สมาชิกของสันนิบาตเทศบาลจังหวัดภูเก็ต รับทราบในการประชุมในครั้งนี้  สมาชิกของสันนิบาต ได้มีเรื่องหารือที่ประชุมในหลายประเด็น เช่น เรื่องปัญหาภัยแล้ง  ซึ่งในขณะนี้ จังหวัดภูเก็ต ได้รับผลกระทบจากสภาวะฝนทิ้งช่วงมาเป็นเวลานานมากแล้ว ทำให้มีปัญหาในการจ่ายน้ำประปาจากการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดภูเก็ต เนื่องจากมีแหล่งน้ำดิบต้นทุนซึ่งมีปริมาณไม่เพียงพอ ทำให้ประชาชนในบางพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน ขาดแคลนน้ำ  ไม่มีน้ำใช้ในการอุปโภคในชีวิตประจำวันและแหล่งน้ำดิบตามขุมเหมืองต่างๆในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตก็ไม่มีน้ำสำรองเพียงพออีกด้วย นายกรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต ได้หยิบยกประเด็น เรื่อง การดำเนินการวางและจัดทำผังเมืองรวมภูเก็ต ตามที่กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ปิดประกาศร่างผังเมืองรวมภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา และกำหนดให้มีการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการวางและจัดทำผังเมืองรวมภูเก็ต ในวันที่ 25 เมษายน 2562  ณ ห้องประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต (สำหรับพื้นที่ภูเก็ตตอนล่าง) และวันที่ 26 เมษายน 2562  ณ หอประชุมระดมพล โรงเรียนเมืองถลาง จังหวัดภูเก็ต (สำหรับพื้นที่ตอนบน)ที่ประชุม ได้รับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะ ของแต่ละท้องถิ่นอ่านรายเอียด