หน้าหลัก

May, 2019

 

ป่าตอง ร่วมประชุมลงนามเบื้องต้นกฎบัตรไมซ์เพื่อพัฒนาป่าตอง

เทศบาลเมืองป่าตอง ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม และสมาคมการผังเมืองไทย ร่วมประชุมลงนามเบื้องต้นกฎบัตรไมซ์เมืองป่าตอง เพื่อพัฒนาป่าตองสู่ศูนย์เศรษฐกิจไมซ์ที่ยั่งยืนวันนี้ (28 พฤษภาคม 2562) ณ ห้องประชุมโรงแรมดวงจิตต์ รีสอร์ทแอนด์สปา ป่าตอง เทศบาลเมืองป่าตอง ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม และสมาคมการผังเมืองไทย ร่วมประชุมลงนามเบื้องต้นกฎบัตรไมซ์เมืองป่าตอง เพื่อพัฒนาป่าตองสู่ศูนย์เศรษฐกิจไมซ์ที่ยั่งยืนโอกาสนี้นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ให้เกียรติเป็นประธาน โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และผู้เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามกว่า 350 คน กิจกรรมมีการบรรยายแนะนําความหมายและความสําคัญกฏบัตรไมซ์เมืองป่าตอง, การปาฐกถาพิเศษ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองป่าตองด้วยไมซ์, การพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลขับเคลื่อนการพัฒนาไมซ์เมืองป่าตอง และการใช้กฎบัตรวิจัยเชิงพื้นที่เพื่อการออกแบบเมืองอย่างชาญฉลาดเพื่อยกระดับเศรษฐกิจและสังคมเมืองป่าตอง, การเสวนา “กฎบัตรไมซ์เมืองป่าตอง : ข้อตกลงร่วมในการนําป่าตองสู่ศูนย์เศรษฐกิจไมซ์ที่ยั่งยืน” โดย ผู้แทนคณะกรรมการกฎบัตร จํานวน 6 สาขาไมซ์ ก่อนที่จะมีการประกาศเจตนารมณ์ “กฎบัตรไนซ์เมืองป่าตอง” นำภูเก็ตสู่การเป็นศูนย์เศรษฐกิจไมซ์ ของเอเชีย” โดย นางสาวเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ นายกเทศมนตรีเมืองป่าตองนางสาวเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง กล่าวว่า เมืองป่าตองเป็นศูนย์เศรษฐกิจสําคัญด้านการท่องเที่ยวและการบริการของจังหวัดภูเก็ต เทศบาลเมืองป่าตองได้จัดตั้งคณะกรรมการกฎบัตรไมซ์เมืองป่าตองขึ้น โดยอาศัยกลยุทธ์การสร้างข้อตกลงร่วมกันของสังคม เพื่อสร้างยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ใช้ไมซ์เป็นกลไกหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจ กฎบัตรไมซ์เมืองป่าตองเป็นเครื่องชี้ทิศทาง และกรอบการพัฒนาที่ยั่งยืนของเมืองป่าตอง (New Platform for Patong Sustainability) เป็นทางเลือกรูปแบบการพัฒนาใหม่ (New Urban Development Platform) ด้านนโยบายสาธารณะในการออกแบบยุทธศาสตร์เมืองป่าตอง ที่กําหนดให้ทุกภาคส่วนร่วมกันลงนามในการนําแผนสู่การปฏิบัติ เทศบาลเมืองป่าตองมีเจตนารมณ์อย่างแน่วแน่ ในการยกระดับเมืองป่าตองสู่เมืองไมซ์ นานาชาติ เป็นเมืองไมซ์มาตรฐานระดับเอเชีย ด้วยการตกลงร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้ง ภาคการโรงแรม ภาคการประชุม ภาคการค้า ภาคการท่องเที่ยว ภาคการบริการ ภาคที่อยู่ อาศัย และภาคชุมชนชาวเมืองป่าตองทั้งหมด โดยมุ่งการพัฒนาเพื่อให้เกิดทิศทางและ สมรรถนะที่เด่นชัด 6 ประการ ได้แก่อ่านรายเอียด


เกาะสิเหร่…สวยดิบๆ


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระราชทานอาหารสัตว์แก่บ้านพักพิงสุนัขจรจัดภูเก็ต

วันนี้( 23 พ.ค.62) ที่สถานพักพิงสุนัขจรจัดภูเก็ต อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต พล.อ.ต.ธวัชชัย ศรีแก้ว ผู้เชิญอาหารสัตว์พระราชทานพร้อมอาหารสัตว์พระราชทานเป็นผู้แทนพระองค์ในการมอบอาหารสัตว์พระราชทาน ในนาม คุณฟูฟู สุนัขทรงเลี้ยง ณ บ้านพักพิงสุนัขจรจัดภูเก็ต โดยมีนายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นาย ธัญญวัฒน์ ชาญพินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายสัตว์แพทย์ มนัส เทพรักษ์ ปศุสัตว์จังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการภาคเอกชนและจิตอาสา เข้าร่วมในพิธีโดยนายภัคพงศ์ ได้กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระเมตตาต่อสัตว์จรจัด สัตว์ที่ถูกทอดทิ้ง สัตว์พิการและสัตว์ด้อยโอกาส พระราชทานอาหารสัตว์เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับสถานสงเคราะห์สัตว์จรจัดในจังหวัดภูเก็ต ในนามคุณฟูฟู สุนัขทรงเลี้ยง โดยการมอบอาหารสัตว์พระราชทานในวันนี้ได้มอบให้แก่สถานพักพิงสุนัขจรจัดภูเก็ตและมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอยสำหรับ สถานสงเคราะห์สัตว์บ้านพักพิงสุนัขจรจัดภูเก็ต ตั้งอยู่ เลขที่ 217 หมู่ที่ 5 ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ได้รับอนุญาตการใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ เมื่อปีพ.ศ.2547 กำหนดระยะเวลา 30 ปี บนพื้นที่ 4 ไร่ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดภูเก็ตและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ โดยสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดภูเก็ต รับผิดชอบในการบริหารจัดการ ปัจจุบันมีสุนัขเพศผู้ 384 ตัว เพศเมีย 429 ตัว รวมทั้งสิ้น 813 ตัวส่วนสถานสงเคราะห์สัตว์มูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย ตั้งอยู่เลขที่ 167/9 หมู่ที่ 4 ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต บนพื้นที่ 15 ไร่ จดทะเบียนสถานสงเคราะห์สัตว์ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ.2558 ปัจจุบันมีสุนัขเพศผู้ 387 ตัว เพศเมีย 396 ตัว รวมจำนวนสุนัขทั้งสิ้น 783 ตัว และมีแมวเพศผู้ 121อ่านรายเอียด


พสกนิกรจังหวัดภูเก็ตร่วมแสดงความจงรักภักดีร่วมรับชมมหรสพสมโภชงานมหามงคลฯ

พสกนิกรจังหวัดภูเก็ตร่วมแสดงความจงรักภักดีร่วมรับชมมหรสพสมโภช เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดภูเก็ตวันที่ 22 พ.ค.62 เวลา 18.15 น.นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานนำ ข้าราชการประชาชนทุกหมู่เหล่าพร้อมกัน ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดภูเก็ตเพื่อร่วมในกิจกรรม มหรสพสมโภชเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยผู้เข้าร่วมพิธี ทั้งหมดของจังหวัดภูเก็ต ได้ร่วมรับชมการถ่ายทอดสดทาง สถานีโทรทัศน์ NBT เพื่อร่วมเปิดงาน มหรสพสมโภชเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พร้อมกันทั่วประเทศในส่วนของจังหวัดภูเก็ตนายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ประธานในพิธีเป็นตัวแทนประชาชนทุกภาคส่วนเปิดกรวยกระทงดอกไม้ถวายราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และนำกล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ ความว่า  “ข้าพระพุทธเจ้า นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยคณะข้าราชการ คณะกรรมการจัดงานมหรสพสมโภช และประชาชนทุกหมู่เหล่า ซึ่งได้มาชุมนุมพร้อมกัน ณ ที่นี้ ล้วนมีความปลื้มปีติโสมนัสเป็นล้นพ้น ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทได้เสด็จเถลิงถวัลยราช สมบัติสืบราชสันตติวงศ์ เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ โดยพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ครบถ้วนสมบูรณ์ตามโบราณราชประเพณี ปวงข้าพระพุทธเจ้าต่างประจักษ์แก่ใจว่า ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงปฏิบัติบําเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ ล้วนเพื่อประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติ และประชาชนโดยแท้ อีกทั้งพระปฐมบรมราชโองการ  “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป “ ที่พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 เป็นเครื่องยืนยันพระราชปณิธานอันแน่วแน่แห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปวงข้าพระพุทธเจ้าล้วนสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ในมหามงคลสมัยพิเศษนี้ ปวงข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย อันประเสริฐ อานุภาพแห่งพระสยามเทวาธิราช และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ในสากลจักรวาล ตลอดทั้งพระบรมเดชานุภาพแห่งสมเด็จพระบูรพามหากษัตริยาธิราชเจ้า ทุกพระองค์ โปรดอภิบาลรักษาพระบาทสมเด็จ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ทรงพระเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย ทรงพระเกษมสําราญ พระบารมีแผ่ไพศาล มีพระราชประสงค์จํานงหมายสิ่งใด ขอจงสัมฤทธิ์ผล ทรงสถิตเป็นพระมิ่งขวัญปกเกล้าเหล่าพสกนิกรตราบจิรัฐติกาลเทอญ ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อมขอเดชะ “ จากนั้นประชาชน ทุกหมู่เหล่าที่ร่วมในพิธี ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงสดุดีจอมราชาอ่านรายเอียด


ตำรวจภูธรภาค 8 กวาดล้างอาชญากรรมยึดยาเสพติดและอาวุธปืนจำนวนมาก

  วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 ที่ห้องไม้ขาว ชั้น 1 อาคารตำรวจภูธรภาค 8 อ.ถลาง จ.ภูเก็ต พลตำรวจโทพงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 เป็นประธานในการแถลงผลปฎิบัติงานตามแผนป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ประจำปี 2562 “ตาปี 31/2561” ระหว่างวันที่ 20-30 เมษายน 2562 และระหว่างวันที่ 11-19 พฤษภาคม 2562 โดยมีรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8, ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดและผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 8 และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเข้าร่วมสำหรับการดำเนินการดังกล่าว ด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดทำแผนป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ประจำปีงบประมาณ 2562 “พิทักษ์ภัยให้กับประชาชน 2562” เพื่อให้หน่วยนำไปดำเนินการออกแผนรองรับการขับเคลื่อนหน่วยงานในสังกัดตำรวจภูธรภาค 8 โดยพลตำรวจโทพงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ได้จัดทำแผนป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ประจำปีงบประมาณ 2562 “ตาปี 31 / 2561” ขึ้นรองรับและกำหนดแผนยุทธศาสตร์เชิงรุกในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม เพื่อบูรณาการและเสริมสร้าง การดำเนินการตามแผนให้สอดคล้องอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ตำรวจภูธรจังหวัดและสถานีตำรวจในสังกัดถือปฏิบัติในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ โดยนำแนวทางการประเมินผลการปฏิบัติงานตามตัวชี้วัด (KPI) มาใช้ร่วมทั้งการจัดทำโครงการต่างๆเพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติตลอดจนการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายและติดตามจับกุมสิ่งของผิดกฎหมาย อาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด ยาเสพติดและบุคคลตามหมายจับในส่วนของตำรวจภูธรภาค 8 ได้สั่งการให้หน่วยดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่เดือนละ 2 ห้วงเวลา โดยกำหนดเป้าหมาย ได้แก่ อาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด ยาเสพติด สถานบริการและแหล่งอบายมุขทุกประเภท ตามสถานภาพอาชญากรรมของพื้นที่ ดังนี้ 1. สถานีตำรวจระดับผู้กำกับการ เป็นหัวหน้าสถานี (กลุ่มที่ 1) กำหนด 20 เป้าหมายต่อครั้ง 2.สถานีตำรวจระดับผู้กำกับการเป็นหัวหน้าสถานี (กลุ่มที่ 2) กำหนดอ่านรายเอียด


พัฒนาชุมชนจังหวัดภูเก็ตยกระดับคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์โอท๊อป

พัฒนาชุมชนจังหวัดภูเก็ตยกระดับคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์โอท๊อปสู่การพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าและสามารถแข่งขันในตลาดได้มากขึ้นนายกิติพล เวชกุล พัฒนาการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า กรมการพัฒนาชุมชนเป็นหน่วยงานหนึ่งที่รับผิดชอบในการขับเคลื่อนโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์หรือOTOPควบคู่ไปกับการตลาด รวมทั้งจัดตั้งเครือข่ายองค์ความรู้จังหวัด โดยภาคีเครือข่ายองค์ความรู้อันประกอบไปด้วย สถาบันการศึกษาในพื้นที่ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชน เครือข่ายผู้ผลิตชุมชน ปราชญ์ชาวบ้านภายในจังหวัด เพื่อผลึกกำลังในการพัฒนาความสามารถของผู้ผลิต ผู้ประกอบการOTOP ให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพได้มาตรฐานเป็นที่ต้องงการของตลาด ซึ่งทางภาครัฐพร้อมสนับสนุนให้ชุมชนเข้าถึงองค์ความรู้สมัยใหม่และแหล่งเงินทุน ตลอดจนถึงการพัฒนาขีดความสามารถในการบริหารจัดการและด้านการตลาดเพื่อยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพมาตรฐานและสามารถสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าและเชื่อมโยงสินค้าจากชุมชนสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ   นายกิติพล กล่าวต่อไปว่า สำหรับขั้นตอนการดำเนินการ ทางงสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดภูเก็ตได้ดำเนินการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ฯOTOPที่ลงทะเบียนไว้ในปีพ.ศ.2557-2561ที่อยู่ในกลุ่มปรับตัวสู่การพัฒนาซึ่งต้องไม่ซ้ำกับโครงการในปีงบประมาณ พ.ศ.2561และไม่ซ้ำกับกับโครงการอื่นๆในปี พ.ศ.2562เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพและมีความพร้อมในการเข้าสู่กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และสามารถยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดได้ สำหรับในส่วนของจังหวัดภูเก็ตได้มีการนำผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารมาเป็นผลิตภัณฑ์นำร่องในการพัฒนาโดยมีการตั้งเป้าในการพัฒนาจำนวน80ผลิตภัณฑ์โดยแบ่งเป็นอำเภอเมืองจำนวน40ผลิตภัณฑ์ อำเภอถลางจำนวน25ผลิตภัณฑ์ และอำเภอกะทู้จำนวน15 ผลิตภัณฑ์ โดยทางสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดภูเก็ตได้มีการนำผลิตภัณฑ์เด่นของทั้ง3อำเภอมาประชาสัมพันธ์จำนวน8ผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นการนำร่องให้เห็นถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของกลุ่มที่สามารถพัฒนาได้ตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ตามโครงการที่ตั้งไว้โดยการนำผลิตภัณฑ์ของอำเภอเมืองจำนวน4ผลิตภัณฑ์ อำเภอถลางจำนวน2ผลิตภัณฑ์และอำเภอกะทู้จำนวน2ผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ ทางสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดภูเก็ตจะได้ดำเนินการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของอำเภอต่างให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ต่อไป ขอบคุณ : ภาพและข่าวจากสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต


City of Dreams


มาเก๊า เมืองแห่งความฝันของตะวันออกไกล

วันหยุดยาวชดเชยวันวิสาหบูชาของชาวไทย เป็นวันสำคัญทางศาสนาพุทธสำหรับพุทธศาสนิกชนทุกนิกายทั่วโลก ทั้งเป็นวันหยุดราชการในหลายประเทศ และวันสำคัญในระดับนานาชาติ…..วันนี้ มีเวลาว่างจากการทำงานราชการ เลยนำภาพที่บันทึกไว้ เมื่อครั้งไปร่วมแลกเปลี่ยนด้านส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวที่มีขึ้น ระหว่างจังหวัดภูเก็ตและมาเก๊าที่สำนักงานการท่องเที่ยวมาเก๊า macaotourism Goverment Tourism Office จึงขอนำมารีวิวให้แฟนเว็บไซต์ได้ชมกัน เขตบริหารพิเศษมาเก๊าแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (อังกฤษ: Macao Special Administrative Region of the People’s Republic of China หรือที่คนไทยรู้จักกันดี ในนาม “มาเก๊า” เมืองเล็กๆ ของจีนที่มีพื้นที่เพียงไม่ถึง 30 ตารางกิโลเมตร (ซึ่งเล็กกว่าเทศบาลหลายแห่งในจังหวัดภูเก็ต) เมืองอาณาจักรของยุโรป(โปรตุเกส) ที่เก่าแก่ที่สุดในจีนและเอเชีย  แต่มีประชากร เยอะมากเกือบล้านคน ในเมืองจึงประกอบไปด้วยตึกสูงระฟ้าจำนวนมากส่วนหนึ่งอาจจะเป็นบ่อนคาสิโนที่ถูกกฎหมาย IMF คาดการณ์ว่ามาเก๊าจะมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ 143,116 เหรียญสหรัฐ (ราว 4.75 ล้านบาทต่อปี) ภายในปี 2020 ซึ่งจะแซงหน้าแชมป์เก่าอย่างกาตาร์ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อหัว 139,151 เหรียญสหรัฐในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งมาเก๊าเป็นศูนย์รวมบ่อนกาสิโนที่ถูกกฎหมายเพียงแห่งเดียวของประเทศจีน ซึ่งดึงดูดนักเสี่ยงโชคจากทั้งจีนแผ่นดินใหญ่และต่างประเทศได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันมูลค่า GDP ของมาเก๊าเพิ่มสูงขึ้นกว่า 3 เท่า จากเมื่อปี 2001 (34,500 เหรียญสหรัฐ) ดูข้อมูลเพิ่ม (ขอบคุณข้อมูลและภาพจากเดอะ สแตนดาร์ด)                                                     ขอบคุณภาพจาก เดอะสแตนดาร์ดอ่านรายเอียด


ทร.ภาค 3 จัดพิธีบวงสรวงพระวิญญาณกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

ทัพเรือภาคที่ 3 ร่วมกับจังหวัดภูเก็ตจัดพิธีบวงสรวงและพิธีบำเพ็ญกุศลดวงพระวิญญาณของพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์เนื่องในวันอาภากรประจำปี 2562 วันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ ครบรอบ 96 ปีเมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 ณ พลับพลา ที่ประทับ บริเวณสะพานหิน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต พลเรือโทสิทธิพร มาศเกษม ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 พร้อมด้วย นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการ ,ข้าราชการ ,ภาครัฐเอกชน และภาคประชาชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เข้าร่วมพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณและพิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันอาภากรประจำปี 2562 พิธีประกอบด้วย ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ถวายมาลัยข้อพระกรและจุดธูปเทียนที่โต๊ะเครื่องบวงสรวงจากนั้นรินเหล้าและน้ำดื่มถวาย, พิธีนำธูปหางปักที่เครื่องบวงสรวงสังเวย,การกล่าวคำถวายเครื่องบวงสรวงสังเวย, วงดุริยางค์บรรเลงเพลงดาบของชาติ,เดินหน้าและดอกประดู่ และผู้ร่วมพิธีร้องเพลงถวาย,ประธานในพิธีจุดประทัดถวายเป็นอันเสร็จสิ้นพิธีบวงสรวงในช่วงแรกจากนั้นผู้เข้าร่วมพิธีได้เข้าประจำที่นั่งภายใน อาคารพลับพลาที่ประทับฯ เพื่อร่วมประกอบพิธีทางศาสนาพุทธ พิธีบำเพ็ญกุศลดวงวิญญาณของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมเธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ โดยประธานในพิธีเป็นผู้แทนจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย, ถวายพวงมาลัยบนพานหน้าพระรูปจำลอง,จุดเทียนธูปเครื่องทองน้อย, อนุศาสนาจารย์อาราธนาศีล,พระสงฆ์ให้ศีล,อนุศาสนาจารย์อาราธนาพระปริตร,พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์,อนุศาสนาจารย์ลาดผ้ารองโยงและผ้าภูษาโยงหน้าพระสงฆ์ โอกาสนี้พลเรือโทสิทธิพร มาศเกษม ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 พร้อมด้วย นาย ภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, หัวหน้าส่วนราชการข้าราชการ ภาครัฐเอกชน รวม 10 คน ร่วมทอดผ้าบังสุกุลหน้าพระสงฆ์จำนวน 10 รูป ,ถวายปิ่นโตและเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์,พระสงฆ์อนุโมทนายกถา ผู้ร่วมพิธีร่วมกรวดน้ำและรับพรจากพระสงฆ์ เป็นอันเสร็จพิธีทั้งนี้วันอาภากร เป็นวันสำคัญ ที่กองทัพเรือกำหนดจัดกิจกรรม เพื่อระลึกถึง พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ องค์บิดาของทหารเรือไทย พระองค์ได้สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พุทธศักราช 2466 กองทัพเรือ จึงได้ถือเอาวันที่ 19 พฤษภาคม ของทุกปีอ่านรายเอียด


หาดในยาง

หาดในยางอยู่ในจังหวัดภูเก็ต อยู่ทางฝั่งตะวันตกค่อนไปทางเหนือของเกาะ เป็นที่ตั้งที่ทำการอุทยานสิรินาท ชายหาดมีบริเวณกว้างและยาวมาก มีสวนสนร่มรื่นของไม้สนขนาดใหญ่จำนวนมาก เหมาะแก่การพักผ่อนและเป็นที่นิยมในการเล่นน้ำเพราะชายหาดแห่งนี้มีความเหมาะสมกับการเล่นน้ำเม็ดทรายมีความละเอียด คลื่นทะเลไม่แรงมีหินใต้น้ำน้อย หาดแห่งนี้มีบรรยากาศเงียบสงบ เป็นที่นิยมในการผักผ่อนย่อนใจของชาวภูเก็ตเป็นส่วนใหญ่ มีบ้านพักของ อุทยานฯ และเต็นท์สนาม ไว้ค่อยบริการนักท่องเที่ยว และมีที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวเป็นโรงแรมขนาดกลางอยู่หลายแห่ง  ตัวชายหาดอยู่ใกล้บริเวณสนามบินจึงทำให้เพลิดเพลินไปกับการนั้งมองเครื่องบินขึ้นลง อาจมีเสียงรบกวนบ้างจากเครื่องบิน จึงสะดวกในการเดินทางของนักท่องเที่ยว บริเวณหาดในยาง  เป็นหาดที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติ จึงต้องเสียค่าผ่านประตู ตามระเบียบของอุทยานฯ แต่เมื่อเข้าไปด้านในจะเงียบสงบ มีทิวสนจำนวนมาก ให้ใช้ร่มเงาในการนั่งพักผ่อน ที่หาดแห่งนี้ จึงเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยซึ่งไม่ชอบความวุ่นวาย พลุกพล่านจอแจ จึงเงียบสงบไม่มีนักท่องเที่ยวมากเหมือนชายหาดด้านป่าตอง กะตะ กะรนฯลฯ หรือแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอื่นๆ อาจจะมีเสียงรบกวนจากการขึ้นลงของเครืองบินอยู่บ้าง เพราะหาดแห่งนี้ อยู่ติดกับสนามบินนานาชาติภูเก็ต แต่ก็ได้บรรยากาศและเป็นจุดแข็งอย่างหนึ่งของหาดในยาง คือได้มองเห็นและสามารถถ่ายภาพเครื่องบินร่อนลงที่ปลอดภัย การเดินทาง….จากตัวเมืองภูเก็ต ใช้เส้นทางถนนสาย402( เทพกระษัตรี )ขับตรงไปผ่่านอำเภอถลาง จนถึงสามแยกสนามบิน ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปทางสนามบิน เมื่อถึงสามแยกจุดตัดถนนทางหลวงแผ่นดินสาย 4031(ถนนเทพกระษัตรี-ในยาง) ก่อนถึงสนามบินเก็ต ถ้าเลี้ยวขวา จะไปสนามบิน ให้เลี้ยวซ้ายขับไปอีกนิดเดียวก็ให้เลี้ยวขวา บริเวณหน้าวัดในยาง จะสังเกตุเห็น7-11 ทางขวามือ ผ่านตลัดนัดเข้าไปในซอย จนถึงเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาท ก็จะถึงชายหาดในยาง