หน้าหลัก

Thursday, June 20th, 2019

 

โครงการรถไฟฟ้ารางเบาจังหวัดภูเก็ต เร่งจัดทำผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ)

โครงการรถไฟฟ้ารางเบาจังหวัดภูเก็ต เร่งจัดทำผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) เพิ่มเติม กำหนดเริ่มประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุนปี 2563 คาดสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปี 2567 วันนี้ (20 มิถุนายน 2562) เวลา 10.00 น. นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเป็นประธานการแถลงข่าว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตพบสื่อมวลชนครั้งที่ 9/2562 ณ ห้องประชุมคอซิมบี้ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต โดยมีหัวหน้าส่วนราชการสื่อมวลชน เข้าร่วม โอกาสนี้ได้มีการแถลงข่าวความคืบหน้า โครงการรถไฟฟ้ารางเบาจังหวัดภูเก็ต โดยมีนายนิรันดร์ เกตุแก้ว ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมระบบการขนส่งฯ (สนข.) และ นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) ร่วม ชี้แจงข้อมูลต่อสื่อมวลชน นายนิรันดร์ เกตุแก้ว ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมระบบการขนส่งฯ (สนข.) กล่าวว่า การก่อสร้างรถไฟฟ้ารางเบาจังหวัดภูเก็ต ในส่วนของรูปแบบการก่อสร้างจะคำนึงถึงความสะดวกของพี่น้องประชาชนที่จะใช้บริการให้มากที่สุด โดยคาดว่าเมื่อมีการก่อสร้างโครงการเสร็จสิ้นจะทำให้พี่น้องประชาชนมีการปรับตัวและระบบเศรษฐกิจจะดีขึ้นอย่างแน่นอนด้านนายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) กล่าวว่า รฟม. ได้รับมอบหมายจากกระทรวงคมนาคมให้เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ตต่อจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) โดย รฟม. แบ่งการดำเนินโครงการออกเป็น 2 ระยะโดยระยะที่ 1 ช่วงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต-ห้าแยกฉลอง มีระยะทาง 41.7 กิโลเมตรมีจำนวนสถานีทั้งหมด 21 สถานีและระยะที่ 2 ช่วงท่านุ่น-เมืองใหม่ระยะทาง 16.8 กิโลเมตร ทั้งนี้ รฟม.กำหนดเริ่มดำเนินการในระยะที่ 1 ก่อน ซึ่งที่ผ่านมา รฟม. ได้ดำเนินการจัดการทดสอบความสนใจของนักลงทุน( Market Sounding) ทั้งในกรุงเทพฯและจังหวัดภูเก็ตโดยมีนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อรับฟังข้อมูลโครงการเป็นจำนวนมากปัจจุบัน รฟม. อยู่ระหว่างการหารือกับกรมทางหลวงในประเด็นต่างๆ เพื่อขอใช้พื้นที่ทางหลวงในการดำเนินโครงการได้แก่รูปแบบสถานี,ทางวิ่ง,ระบบระบายน้ำ,ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง,ป้ายจราจร รวมทั้งการจัดการจราจรตามแนวเส้นทางโครงการบนทางหลวง เป็นต้น ซึ่งภายหลังจากที่ได้ข้อสรุปในการดำเนินการดังกล่าวข้างต้นแล้ว รฟม. จะนำมาปรับปรุงรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการตามพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2562 เพื่อขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคาดว่าจะได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้ดำเนินการได้ภายในปี 2563 จากนั้น รฟม.จะดำเนินการคัดเลือกเอกชนเพื่อร่วมลงทุนโครงการเพื่อออกแบบรายละเอียดและโครงการก่อสร้างคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปีอ่านรายเอียด