หน้าหลัก

พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ต

รูปทรงทางสถาปัตยกรรม
 อาคารพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่  ได้มีการออกแบบโดย นางปัญจภัทร ชูราช สถาปนิกกองช่าง  เทศบาลเมืองกะทู้  เป็นอาคารแบบชิโนโปรตุกีส 1 ชั้นครึ่ง  มีจิ่มแจ้(ลาน)  อยู่ตรงกลาง  มีการตกแต่งหน้าต่างด้วยลายปูนปั้นซุ้มโค้งแบน  สะท้อนให้เห็นถึงความงดงามแห่งการผสมผสาน  จึงเรียกอาคารนี้ว่า  “อังมอหลาวนายหัวเหมือง”

                                                             อาคารพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ต
พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่กะทู้ (Kathu Mining Museum) ตั้งอยู่ที่ถนนเหมืองท่อสูง ตำบลกะทู้ อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต
บนถนนทางลัดจากกระทู้ -เกาะแก้ว -สนามบินภูเก็ต เป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวอาจจะไม่รู้จักมากนัก เพราะเป็นถนนสองเลน เส้นทางหนึ่งที่ลัดจากกระทู้  ซึ่งจะผ่านโรงเรียนนานาชาติ (British international school) เกาะแก้ว ไปออกท่าเรือหรืออนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรีได้                                         บริเวณภายในรั้วของพิพิธภัณฑ์ จะมีสะพานทรงจีน สวยงามเปิดให้เข้าชมในวันเปิดราชการ เวลา 8.30 – 16.30 น.อัตราค่าเข้าชม คนไทย ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 20 บาท ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท                                                      รถสองแถวของชาวภูเก็ต(โพถ้อง)หลังภาคใต้ประสบภัยสึนามิ จังหวัดภูเก็ตได้มอบหมายให้เทศบาลตำบลกะทู้[2]ดำเนินการจัดสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ ในปี พ.ศ. 2549 ตามแบบของนางปัญจภัทร (ตูน) ชูราช บนพื้นที่การทำเหมืองแร่ดีบุก (เลิกทำเหมืองแล้วเมื่อ พ.ศ. 2500) บริเวณเหมืองท่อสูง ตำบลกะทู้ อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต เป็นเขตแดนตำบลกะทู้กับบ้านเกาะแก้ว ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

นายประเสริฐ ขาวกิจไพศาล นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลกะทู้ได้จัดสรรงบประมาณจัดนิทรรศการภายในระหว่างปี พ.ศ. 2550-2551

ปาท่องหง่อกำกี่ ชินวิถี อัญมณี นายหัวเหมือง นำเสนอวิถีชีวิตของชาวภูเก็ต ด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมและของมีค่าของคหปตานี เช่น เพชรภูเก็ต กิ่มตู้น ปิ่นตั้ง หินมีค่า และอัญมณี เป็นต้น พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ (พมร.) ภูเก็ตจัดนิทรรศการภายในโดยใช้ชื่อ เปิดลับแลม่านฟ้าเกาะพญามังกรทอง มีห้องแสดงนิทรรศการใน “อังมอเหลา” (ตึกนายหัวเหมืองหรือบ้านเศรษฐี) ไปตามลำดับ คือ โปท้องหง่อก่ากี่ ชินวิถี อัญมณีนายหัวเหมือง เรืองดารากร (กำเนิดโลก กำเนิดแร่ธาตุ กำเนิดชีวิต กำเนิดคน คนใช้ไฟ คนใช้แร่ คนแสวงหาแร่) สายแร่แห่งชีวิต (เหมืองแล่น เหมืองครา เหมืองปล่อง เหมืองรู เหมืองอุโมงค์ เหมืองหาบ เหมืองสูบ เหมืองฉีด เหมืองเรือขุด) นิรมิตเล่นแร่แปรธาตุ ฉลาดนาวาชีวิต ลิขิตปรัชญ์สืบสาน บันซ้านบางเหนียว (ร้านขนมจีน ร้านขายของชำ ร้านโกปีเตี๊ยม ร้านแป๊ะอ๊านต๋อง (ร้านขายยาจีน) ร้านจักสาน) เก่วเกี้ยวในทู (อ๊าม งิ้ว หนังตะลุง) หลงผิดเสพ เทพาภรณ์ คฤหปตานินท์ บาบ๋าสินสมรส ฉายาบทนฤมิต ภาพกิจปฐมเหตุ และวรรณวิเศษปัญญภูมิเหมืองหาบ คืออะไร????

เป็นวิธีการทำเหมืองเปิดในแหล่งแร่ชนิดลาน แร่บริเวณไหล่เขา โดยการเปิดหน้าดินด้วยการขุดเจาะหรือการใช้ระเบิดให้เป็นบ่อกว้างจนถึงชั้นดินที่มีแร่ แล้วใช้แรงงานคนหรือรถตัก การทำเหมืองหาบจะต้องใช้แรงงานคนอย่างน้อย 100 คนขึ้นไปเพื่อขุดลอกเปลือกหน้าดินที่ไม่มีแร่ออกทิ้งไป จนถึงชั้นกะสะ หรือชั้นกรวดทรายหยาบดินเหนียวปนแร่ดีบุกและเพื่อนแร่อยู่มาก คนงานจะขุดกะสะด้วยจอบ เสียม ชะแลง และลำเลียงด้วยบุ้งกี๋เป็นทอดๆ ตามความลึกของหน้าเหมืองไปยังรางกู้แร่ รถบรรทุกขนดินปนแร่ไปสู่กระบวนการล้างแร่ในโรงแต่งแร่ โดยจะต้องบดย่อยหินปนแร่ให้แตกหรือหลุดจากกันก่อน โดยการใช้เครื่องมือย่อยหรือบดแร่ แล้วจึงนำดินหินปนแร่ที่ย่อยแล้วไปลงรางไม้ และล้างเก็บเอาแร่ออก                                     ห้องปฐพีเหมืองแร่ แสดงการดำเนินการทำเหมืองแร่ในอดีต                               ภาพแสดงกิจกรรมการทำแร่ แสดงแร่ต่างๆโดยเฉพาะแร่ดีบุกและตัวอย่างแร่

ส่วนกลางบริเวณอาคารเชื่อมของพิพิธภัณฑ์ จะมีลานกว้างสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ        พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 แสดงร้านค้าในอดีตคนยุค 50 ปี ขึ้นไป จะคงพอหวลนึกบรรยากาศในอดีตแบบนี้ได้   ครัวเรือน ร้านค้า ชาวจีน ในยุคก่อน แสดงอาคารบ้านเรือนของชาวภูเก็ต ในอดีต  โรงงิ้วจีน               สมเด็จพระเทพรัตนสุดาสยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จมาเปิดอาคารพิพิธภัณฑ์นี้ เมื่อ 28 กรกฎาคม 2556        ด้านนอกอาคาร จะมีเครื่องจักรต่างๆที่เคยใช้ทำเหมืองแร่ จะรวบรวมนำมาแสดงตั้งไว้จำนวนมากมีโอกาสมาเยือนภูเก็ตครั้งคราใด หากใครอยากศึกษาวิถีและชีวิตและอยากเห็นบรรยากาศของคนทำเหมืองแร่ในอดีต ที่นี่…จะเป็นแหล่งเรียนรู้ชั้นดี ที่ชนิดว่า อีกสถานที่หนึ่งที่เป็น “ภูเก็ต” ที่คุณพลาดไม่ได้จริงๆ