หน้าหลัก

อินไซด์ปีนัง#3 หมู่บ้านชาวประมง

#ขับรถชมเมือง เล่าเรืองเมืองปีนัง@3 แลบ้านเพื่อน ปีนัง : พาไปแล ชายหาดบาตู เฟอร์ริงกี (Batu Ferringhi) สถานกงศุลใหญ่ ของไทย ณ รัฐปีนัง แวะไหว้พระวัดบุบผาราม หมู่บ้านชาวประมง ( Chew Jetty) และปีนังฮิลล์              ชายทะเล ริมหาด หาดบาตู เฟอร์ริงกี (Batu Ferringhi)

ตื่นนอนตอนเช้า ลงไปเดินเล่นออกกำลังกาย ชายหาด หาดบาตู เฟอร์ริงกี (Batu Ferringhi) ซึ่งเป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงที่สุดบนเกาะปีนัง บาตูเฟอรินกิ คือชายหาดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปีนัง ชายหาดทอดตัวขนานกับถนนริมชายฝั่งทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจอร์จทาวน์ มีรีสอร์ทมาตรฐานระดับโลกตั้งเรียงรายไปตามชายหาด  บรรยากาศในตอนเช้า ไม่มีนักท่องเที่ยว มาเที่ยวเล่น หรือเดินเล่นชายหาดมากนักหาดบาต เฟอรริงกิ

เท่าที่สังเกตุ ถึงแม้จะมีหาดทรายที่กว้างขวาง แต่ทรายในช่วงที่ลงไปเดินเล่นเช้านี้ ก็ไม่ได้มีเม็ดทรายที่ขาว หรือสวยเหมือนทะเลอันดามัน หรือสมุยบ้านเรา

 การจัดการชายหาดเพื่อการท่องเที่ยวของปีนัง บาตูไม่มีการปักร่มให้นักท่องเที่ยวได้นั่งพักผ่อน แต่มีการแบ่งโซน การเล่นน้ำ โซนกิจกรรมอย่างดีมาก ภาพโดยรวมชายหาดบ้านเรา แถวป่าตอง กะรน น่าท่องเที่ยวมากกว่าเดินเล่นไปตามชายหาด ขากลับเลยอยากไปสัมผัสเส้นทางถนนรนแคมบ้าง เลยลัดรีสอร์ทตัดออกมาตามถนนสาย 6 เพื่อเดินทางกลับไปยังที่พัก ตอนเช้าวันนี้ ยังไม่ผู้คนพลุกพล่านมากนักผ่านย่านบาตูเฟอริงกิ หรือตลาดขายสินค้าตอนกลางคืน(ฺBatu Ferringhi Night Maket) เมื่อคืนตอนเรามาจากเมืองไทย ผ่านทางถนนเส้นนี้ คึกคักสุด เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวเดินเล่น หาของกิน เครื่องดื่มต่างๆหรือก็เลือกซื้อ เลือกหา ของที่ระลึกต่างๆ แต่มาตอนเช้าเก็บกันเกลี้ยงแผง ไม่หลงเหลือร่องรอยให้เห็นว่า ย่านนี้ คือตลาดมิดไนท์ อันเลื่องชื่อของปีนัง วันหลังจะนำภาพตลาดยามค่ำคืน มาให้ดูอีกครั้งบรรยากาศสองฟากริมถนนในปีนัง จะร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่  ร่มรื่น สวยงาม มัสยิดบริเวณย่านชายหาดบาตูเฟอริงกิภัตตาคารชื่อ โกลเดนท์ ไทย (Golden Thai) ไม่ทราบเจ้าของเป็นคนไทยหรือเปล่า แต่ที่ทราบคืนหลังเข้าไปหาอะไรทานแถวนี้ต้องรีบเดินออกขายกุ้งล็อบสเตอร์ตัวละเป็นหมื่นบาทครับ

        รีสอร์ทหรือบ้านตากอากาศกันแน่ ปลูกอยู่ริมภูเขา หันหน้าเข้าสู่ชายหาด บรรยากาศดีมาก

เดินเล่นมาเรื่อยๆ เลยหยุดแวะหากาแฟดื่ม ตามสูตรครับมาเมืองแขกต้องโรตีต้องหาอะไรรองท้องก่อนตอนเช้า ไม่มีอะไรดีไปกว่าโกปี้ ข้างทางบรรยากาศชิลๆ ตอนเช้า ยังไม่มีนักท่องเที่ยวมาแย่งที่นั่งเหมือนยามค่ำคืนจริงๆแล้วร้านอาหารของอาบังที่นี่ มีอาหารหลายอย่างให้เลือก แต่ที่อยากลองดู คือ โรตี ได้ทานโรตีที่นี่ครั้งแรก (อร่อยมาก) แป้งนุ่ม แต่ที่ไม่ค่อยคุ้นเหมือนบ้านเรา คือน้ำซอสแบบสไตล์มาเลย์นี่แหละ กาแฟที่ปีนัง ผมเองไปนั่งทานหลายร้านแล้ว เขาจะชงแบบชนิดกินอิ่ม(แก้วเดียวจบ)คือเกือบจะเต็มแก้วและใช้แก้วใหญ่แบบนี้ หรือจะเอาใจฝรั่ง เพราะเคยเห็นฝรังบางคนดื่มกาแฟบ้านเรา แก้วเดียวไม่อิ่ม ต้องสั่งเพิ่ม) ผมไปดื่มโก้ปี้ที่ลังกาวี ก็เป็นแบบนี้ ไม่เหมือนบ้านเรา ที่เราใส่กาแฟเพียงแค่ครึ่งแก้ว ใครมามาเลเซียครั้งแรก เห็นเข้า น่าจะตกใจนะครับ ภารกิจเช้านี้ ที่ต้องไปจุดแรก คือต้องเข้าเมืองหลวง เพื่อเดินทางไปยังสถานกงศุลใหญ่ ประจำรัฐปีนัง เพื่อทำภารกิจให้แล้วเสร็จ ขับรถมาเรื่อยๆผ่านใจกลางเมืองจอร์จทาวน์ ซึ่งเต็มไปด้วยตึกสูง เพราะพื้นที่ของเกาะมีน้อย แต่วันนี้ ปีนัง มีประชากรเยอะมาก เกือบ1.8 ล้านคน เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่กว่าสิงคโปร์และภูเก็ต แต่คนปีนัง มีความหนาแน่นมากกว่าคนในเกาะภูเก็ตถึง 2 เท่ากว่า ทำให้มีการสร้างตึกสูงๆ เพื่อรองรับพลเมืองที่จะมีเพิ่มมากขึ้นในอนาคต                                            สถานกงศุลใหญ่ของรัฐไทย ในจอร์จทาวน์ ตั้งอยู่ย่านถนนเล็งก็อก นัน

                อาคารสถานกงศุลไทย ณ รัฐปีนัง มีอยู่ 2 ด้าน อีกฝั่งถนนด้านหนึ่งจะเป็นสถานที่สำหรับจัดทำวีซ่า

 ออกจากสถานกงศุล ขับผ่านไปทางถนนเส้นนั้น ทำไมเห็นคนเยอะมาก เลยจอดแวะลงไปดูเขาทำอะไรกัน นี่เลยครับวัดบุบผารามงานบุญของคนมาเลย์ ที่มีเชื่อสายไทย มีการละเล่น นำกลองยาว จากเมืองไทย มาโชว์ให้คนที่มาทำบุญได้ชมกัน    ออกจากวัดไปเป้าหมายในการท่องเที่ยวแห่งแรก คือ หมู่บ้านชาวประมงปีนัง ซึ่งใครมาปีนัง ต้องมาชมบรรยกาศที่นั้น   เดินเล่นชุมชนชาวประมงปีนัง Chew Jetty – A Stroll Down A Living Heritage Community

เมืองปีนังเป็นเมืองมรดกทางวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจและกิจกรรมทางวัฒนธรรม ตั้งแต่การตั้งถิ่นฐานอันโดดเด่นนี้เป็นมรดกที่มีเอกลักษณ์อย่างแท้จริง

Chew Jetty เป็นที่ตั้งของบ้านไม้ที่สร้างขึ้นบนผืนทรายและชื่อ “Chew” คือนามสกุล (ชื่อแรก) ของคนที่อยู่อาศัยที่นี่และนั่นคือที่มาของชื่อ ครอบครัวของผู้อพยพ

กว่าจะหาที่จอดรถได้เล่นเอาเหนื่อย มีผู้คนมากมาย มาเที่ยวที่นี่ ที่จอดรถปีนัง ไปหลายๆแห่งจะมีคนเข้ามาเก็บเงิน (เอ้า ทำไมไปเหมือนบ้านเรานะ แต่ที่นี่ แพงกว่ามากครับ) เพราะที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของปีนัง หมู่บ้านชาวประมงแห่งนี้ อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของตัวเมืองหลวง คือ จอร์จทาวน์(Georgetown) ไปตามบนถนนWeld Quay ท่าเรือประมงแห่งนี้ จะอยู่ใกล้กับท่าเรือปีนังและสถานีขนส่งรถโดยสารประจำทางเมืองปีนัง

ใกล้ๆหมู่บ้านชาวประมง เราสามารถจะมองเห็นที่อยู่ใกล้ๆ คือท่าเรือโดยสารข้ามฟาก Pangkalan Raja Tun Uda Ferry Terminalอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะปีนัง อยู่ในช่องแคบมะละกา คาบสมุทรมลายู จะมองเห็นอีกฝั่งคาบสมุทร คือ เมืองบัตเตอร์เวอร์ท (Butterworth) ซึ่งจะมีเรือโดยสารข้ามฟากไปมาระหว่างปีนังและบัตเตอร์เวอร์ท บนแผ่นดินใหญ่

 เสน่ห์อย่างหนึ่งของหมู่บ้านชาวประมง คือ การก่อสร้างบ้านเรือนของชาวประมงที่ทำมาหากินด้วยการหาปลาในอดีต และจะมีทางเดินไปมาหาสู่กันด้วยสะพานไม้บ้านเรือนของหมู่บ้านชาวประมงในปัจจุบันจะสร้างบ้านเรือนโดยการปักเสาไม้(ปัจจุบันเป็นคอนกรีต) ลงไปในทะเล และบ้านเรือนก็ทำด้วยไม้ มุงหลาคาด้วยสังกะสีหรือกระเบื้องในปัจจุบันการเดินทางไปมาหาสู่กันในสมัยก่อนใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทางและประกอบอาชีพ หากุ้งหอยปูปลามาเป็นอาหารในปัจจุบัน ถึงแม้บางส่วนจะยังใช้ในการหาปลา แต่ผู้คนในหมู่บ้านก็หันไปประกอบอาชีพอื่นๆ เช่น ขับเรือรับจ้างระหว่างฝั่งปีนังกับบัตเตอร์เวอร์ท หรือนำนักท่องเที่ยวล่องทะเล เพื่อการท่องเที่ยว ค้าขาย ทำงานบริษัท รับจ้างทั่วไปฯลฯ

จากการที่ปีนัง มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมเป็นจำนวนมาก จึงมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวในหมู่บ้านอยู่เสมอ หรือมาเที่ยวชมวิถีชีวิตของคนในชุมชน ทุกวัน ทำให้วันนี้ วิถีชีวิตของคนในชุมชนต้องเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพการณ์ปัจจุบัน

จากทางเดินสะพานไม้แคบๆในอดีต วันนี้ก็หนาแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยว เพราะทุกคนที่มาเที่ยวปีนัง ต้องมาที่นี่ลายๆคนก็ปรับเปลี่ยนอาชีพ เป็นพ่อค้าแม่ค้า นำสินค้าต่างๆ มาจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยว ทั้งอาหาร ของฝาก ของที่ระลึก เต็มตลอดเส้นทางเดิน

ศาลเจ้าประจำหมู่บ้าน(บริเวณท่าเรือ)ยังคงเป็นที่สักการะ บูชา กราบไหว้ ของคนจีนมาเลย์และนักท่องเที่ยวต่างๆ บริเวณศาลเจ้าของหมู่บ้าน จึงกลายเป็นจุดถ่ายภาพสวยๆของนักท่องเที่ยว

ออกจากหมู่บ้านชาวประมงเกือบจะเที่ยงแล้ว ช่วงนั้น อากาศร้อนมาก เลยต้องไปเดินเล่นชมบรรยากาศ ห้างสรรพสินค้าปีนัง ดูว่าบรรยากาศเหมือนบ้านเราหรือไม่Cmglee Penang Prangin MallCmglee Penang Prangin Mall2                                                                      PRANGIN MALL KOMTAR

ห้างใหญ่ใจกลางเมืองเชื่อมต่อตึกKOMTAR PENANGเท่าที่เดินเที่ยว เดินชม ห้าง PRANGIN MALL KOMTAR ราคาสินค้า เข้าของเครื่องใช้ต่างๆ ไม่ได้ถูกกว่าในเมืองไทย แต่พวกขนม นมเนยเหล่านี้เยอะมาก เพราะปีนัง มีสินค้าประเภทนี้มาก ในห้างทุกห้างในปีนัง มีคนเยอะมาก โดยเฉพาะในช่วงวันหยุด หนุ่มสาว ชาวปีนัง ทั้งมาเลย์และจีน จะไปอยู่ในห้างสรรพสินค้าส่วนใหญ่ ผมไปในแต่ละห้าง กว่าจะหาที่จอดรถยนต์ได้ วนกันจนเบื่อครับเดินชมไปเรื่อยๆ ตกเย็นก็ขับรถไปทางทิศตะวันตกของตัวเมืองจอร์จทาวน์ เพื่อเดินทางไปชมบรรยากาศของปีนัง ฮิลล์ (PENANG HILL) ซึ่งภาษามาเลย์ เรียกว่า Bukit Bendera   ด้านหน้าทางขึ้นสู่ปีนังฮิลล์จอรจทาวนมรดกโลก

อัตราค่าโดยสารการขึ้นเที่ยวชมปีนัง ฮิลล์ ก็แพงเอาการอยู่สำหรับคนต่างชาติ แต่ที่ปีนัง ดีอย่างที่เขาแยกแยะประเภทของผู้เข้าชมให้ไม่ว่า จะเด็ก ผู้ใหญ่ นักเรียน ผู้สูงอายุ และผู้พิการ แต่ที่ไปที่อื่นมีราคาเพียง 2 ราคา คือ ราคาคนในท้องถิ่นและราคาชาวต่างชาติเท่านั้น

สีสัน ของจอร์จทาวน์ ปีนัง ในยามค่ำคืน ที่เห็นไกลๆคือสะพานข้ามจากเกาะปีนัง ไปยังเมืองท่าบัตเตอร์เวอร์ท ฝั่งแผ่นดินใหญ่

                              อาคารจอดรถยนต์ผู้โดยสารท่่ี่เดินทางขึ้นปีนังฮิลล์

หลายคนไม่ทราบว่า เขาทำอะไรกัน สำหรับคนไทยบ้านเราบางคนหรือหลายคนที่เดินทางมาเที่ยวปีนังด้วยเครื่องบิน แต่สำหรับผมหรือคนที่มาเที่ยวปีนัง มาเลเซีย หรือสิงคโปร์ ด้วยรถยนต์ส่วนตัว จะคุ้นมาก ทุกแห่ง ทุกที่ในสถานที่ท่องเที่ยวทั่วเกาะปีนัง ไม่ว่าปีนังฮิลล์ หมู่บ้านชาวประมง วัดเก็กล๊อคซี หรือในห้างสรรพสินค้าต่างๆทุกแห่ง เพียงแต่จะจ่ายโดยตรงกับคนเก็บหรือจะจ่ายกับเครื่องเก็บเงินอัตโนมัติเท่านั้น นี่แหละครับเมืองที่เขาเจริญแล้ว ทุกอย่างไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ เพราะฉนั้น คนไทยต้องเตรียมตัวรับสถานการณ์แบบนี้ไว้บ้าง(ฮา) สำหรับใครที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว หรือเดินทางมาท่องเที่ยวด้วยเครื่องบิน หรือรถไฟเป็นพาหนะในการเดินทางมาปีนัง จะมีรถยนต์แบบนี้ นำเที่ยวรอบเกาะ หรือใครที่อยู่ในตัวเมืองจอร์จทาวน์ หากต้องการจะมาเที่ยวปีนังฮิลล์ ก็สามารถนั่งรถประจำทางสาย 204 หรือจากท่าเรือChew Jetty หรือจากตึกคอมตาร์ในย่านใจกลางเมืองมาได้เลย การเดินทางไม่ได้ไกล แต่ตอนเย็นๆรถค่อนข้างจะติดหนักหน่อย ค่าโดยสารจะอยู่ที่ 2 ริงกิต(ถูกมาก) จะอยู่ที่ประมาณ 17 บาท