หน้าหลัก

อินไซด์ ปีนัง #1 travel to Penang Malaysia

ขอบคุณภาพ http://www.penang.ws
แลบ้านเพื่อน ปีนัง : นครประวัติศาสตร์ บนช่องแคบมะละกา สวยงามทั้งศิลปและความเจริญของเมือง สมแล้วที่ได้รับยกย่องเป็น เมืองมรดกโลก

 ปูเลาปีนัง (Pulau Penang) หรือเมืองปีนัง ที่หลายๆคนคุ้นๆชื่อมาตลอด  ตั้งแต่สมัยรุ่นคุณย่า คุณยาย แต่หลายคนหรือคนส่วนใหญ่ รวมถึงผมเองก็ไม่เคยได้มีโอกาสไปเยือนถิ่นเมืองนี้สักครั้ง ได้แต่นั่งรำพึงรำพัน ว่ามีโอกาส อยากไปนะ ปีนัง? เหตุ เพราะปีนัง ไม่ใช่เมืองในฝันของใครๆหลายๆคน ไม่ใช่เมืองยอดฮิตของคนไทย เหมือนญี่ปุ่น จีน เกาหลี หรือเมืองสุดคลาสสิกแถบยุโรปที่คนไทยเรานิยมชมชอบ หากคิดจะไปเที่ยวใกล้ๆในมาเลเซีย คนไทยก็จะไปเกนติ้งไฮแลนด์ ไปถ่ายรูปตึกแฝดปิโตรนาส หรือไปเซลฟีที่จตุรัสเมอร์เดก้า ในเคแอลเลย หากมีเงินหน่อย ก็จะเลยต่อไปชมเมืองที่มีความศิวิไลซ์และเจริญมาก อย่างสิงคโปร์ ทั้งๆที่ปีนัง ใกล้ชายแดนไทยนิดเดียวเอง

วันนี้ …ขออนุญาตแนะนำเพื่อนๆและขอออกตัวไว้ก่อนว่า ไม่ได้เป็นบริษัทนำเที่ยวและไม่ใช่เป็นมืออาชีพในการรีวิวเรื่องท่องเที่ยว เป็นเพียงมือสมัครเล่นคนหนึ่งที่จะนำเสนอมุมมองในการเชิญชวนไปเที่ยวเมืองปีนัง (โดยรถยนต์ส่วนตัว) เพื่อเป็นช่องทางของเพื่อนๆนักเดินทาง ท่องเที่ยว จะได้ใช้เป็นข้อมูลในการไปเที่ยวปีนัง…หากใครคิดจะไปเยือนเมืองนี้

****อีกเรื่องหนึ่ง คือ เรื่องการถ่ายภาพประกอบเรื่องราวต่างๆในปีนัง  ผมใช้ IPAD AIR 2 ถ่าย ทั้งหมด ไม่ได้ใช้กล้องแบบชนิดมืออาชีพ ราคที่มีราคาแพงมากๆมาใช้ และบางช่วง บางตอน บางภาพ ใช้ Iphone 6 และ Iphone se (เท่านั้น) ซึ่งเป็นเครื่องมือสื่อสารที่ใช้อยู่ที่ ภูเก็ต เป็นเครื่องมือประกอบการถ่ายภาพทั้งหมดครับ****

ได้มีโอกาสไปปีนังครั้งนี้   ก็เลยติดต่อขอนำเจ้าวีออสคันที่ใช้ประจำอยู่เป็นพาหนะในการเดินทาง….เลยติดต่อขอทำเอกสารเพื่อขอนำรถยนต์เข้าไปรัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเท่าที่เดินทางไปในครั้งนี้หรือในการเดินทางไปในหลายๆครั้ง ก็ไม่ได้ยุ่งยากในการจัดทำมากมายนักติดต่อขอจัดทำทะเบียนรถมาเลเซีย จากร้านนี้ซึ่งอยู่ในตลาดปาดังเบซาร์ พิกัดร้านนี้ก็จะอยู่ เลยด่านปาดังเบซาร์ เมื่อถึงสามแยกสภ.ปาดังเบซาร์ ให้เลี้ยวขวา ผ่านทางรถไฟสายใต้(เข้าสถานีปาดังฯ)ตรงไปแล้วจะเห็นสี่แยกไฟแดง  เมื่อถึงปั้มน้ำมันเอสโซ่ ให้เลี้ยวซ้าย ร้านที่ขอจัดทำประกันไว้จะอยู่หลังปั้มน้ำมันนี้ครับ

เอกสารประกันภัยรถยนต์ (เหมือนประกันชั้นพรบ.บ้านเรา)ที่ใช้สำหรับการนำรถเข้าทะเบียนใช้ในประเทศมาเลเซีย ผมเลือกประเภท 1 เดือน เท่านั้น ทะเบียนป้ายวงกลมและค่าจัดทำประกันภัยรถยนต์ของประเทศมาเลเซีย เสียค่าใช้จ่ายไปทั้งหมดประมาณ 1,600 บาทเอง ซึ่งค่าจดทะเบียนและประกันภัยรถยนต์ของมาเลเซีย จะคำนวณจากขนาดของเครื่องยนต์ของรถยนต์เป็นหลัก

ผมเองได้ติดต่อประสานส่งสำเนาเอกสารมาให้เจ้าของร้านเขาทำไว้ล่วงหน้า ทางร้านเขาจึงได้จัดเอกสารทะเบียน /ประกันทำไว้ให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว เพียงแค่จ่ายเงินค่าดำเนินการและก็เสียเวลานิดหน่อยที่จะต้องให้ทางร้านเขาติดสติกเกอร์มาเลเซียให้(ตามทะเบียนรถของเราที่ได้ขอแปลมาจากสำนักงานขนส่งจังหวัด…ที่เราไปยื่นแปลไว้แล้ว) ก็เสร็จสิ้นเรื่องการจัดการกับรถ

ร้านแลกเงินนี้จะอยู่ตรงข้ามกับธนาคารกรุงไทย สาขาปาดังเบซาร์

จัดการกับรถเสร็จเรียบร้อย ก็จัดการกับคน สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเดินทางไม่น้อยกว่ารถ คือเงิน ผมเลยขับตรงไปทางถนนเส้นนั้นนิดเดียวก็จะร้านนี้จะอยู่ด้านขวามือ จะเห็นร้านแลกเงินมาเลเซีย เห็นเขาแนะนำและบอกว่าให้ราคาดีจะสังเกตุเห็นธนาคารกรุงไทย สาขา ปาดังเบซาร์ อยู่ทางด้านซ้ายมือ ร้านที่จะแลกเงินจะอยู่เยื้องๆกัน

ณ.วันที่เข้าไปในวันนั้นค่าเงินของมาเลเซีย ถูกมาก วันนั้นอัตราแลกเปลี่ยนจะอยู่ ที่ 8.20 บาท ต่อหนึ่งริงกิตเองครับ เสร็จธุระในการเตรียมการต่างๆที่ปาดังเบซาร์เสร็จ ก็วกกลับมาเข้าสู่พิธีผ่านด่านตรวจคนเข้าและออกเมือง เพื่อยื่นพาสปอร์ตออกนอกประเทศที่ด่านปาดังเบซาร์(ไทย)ผ่านพิธีการทางด้านการตรวจตราและประทับพาสปอร์ตเสร็จ  ก็เข้าสู่ชายแดนระหว่างประเทศ (ไม่ต้องใช้วีซ่า ในการเดินทางเข้าไปในประเทศมาเลเซียซึ่งได้รับการยกเว้น และสามารถพำนักอยู่ในมาเลเซียได้ 30 วัน ) และไปปีนังไม่สามารถใช้บัตรข้ามแดนชั่วคราว (Temporary Border pass) ต้องใช้พาสปอร์ตเพียงอย่างเดียวเท่านั้น นะครับ

ผ่านพิธีการทางด้านฝั่งไทย ก็จะไปตรวจประทับลงตราฝั่งมาเลเซียเสร็จ เข้าไปด้านในฝั่งมาเลเซียก็จะเจอ The Malaysian Road Transport Department หรือ JPJ ถ้าเป็นบ้านเรา ก็คือ สำนักงานขนส่งทางบก ซึ่งมาตั้งสำนักงานไว้สำหรับตรวจตรารถต่างๆที่เข้าสู่ประเทศมาเลเซียของเขา  เราก็ต้องดำเนินการนำเอกสารเกี่ยวกับรถ เช่น ประกัน ใบขับขี่ ทะเบียนรถ ฯลฯ ให้ทางการมาเลเซียเขาตรวจตรา ชายแดนปาดังเบซาร์ เส้นจุดแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศ ไทย-มาเลเซีย

เข้าไปในเขตประเทศมาเลเซีย ต้องอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายของมาเลเซียแล้ว เลยตรงจุดนี้ไปนิดเดียวทางซ้ายมือ ก็จะมีห้างสรรพสินค้าที่จำหน่ายของที่ระลึก ของฝาก สินค้าต่างๆ มายั่วกระเป๋าคนไทยตั้งอยู่ใครไม่ได้เข้าไปในมาเลเซียด้านใน  ตรงจุดนี้ก็สามารถจับจ่อยใช้สอยหาซื้อของกันได้ ซึ่งในบางช่วง บางเวลา  ทางตรวจคนเข้าเมืองทั้งสองประเทศ ยังผ่อนผันให้สามารถเข้ามาจับจ่ายใช้สอยได้อยู่โดยไม่ต้องใช้พาสปอร์ต หรือบอเดอร์พาส แต่อย่างใดเข้าสู่ปาดังเบซาร์ของมาเลเซีย ต้องระมัดระวัง การใช้รถใช้ถนน นะครับ เพราะที่มาเลย์ เป็นที่ยอมรับของบุคคลทั่วไปว่า การบังคับใช้กฎหมายของบ้านเขานั้นเข้มงวดมากไม่เหมือนบ้านเรา หลายคนถามว่ามาเลเซีย นี่เขาขับรถทางด้านซ้ายหรือขวา(พวงมาลัย)ตอบคือด้านซ้ายนะครับ  เหมือนบ้านเราทุกอย่างเลยครับ คนที่ขับรถบ้านเราได้ ก็ขับรถในมาเลย์ได้ แต่ให้ระวังเรื่อง กฎระเบียบ ข้อบังคับทางด้านการจราจรให้มากๆ เพราะมาเลย์เขาจำกัดความเร็วบนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ ไว้ ที่ 110 กิโลเมตร บางช่วง 90 กิโลเมตร บางแห่งก็ไม่ถึงด้วย เช่นในเมือง บนสะพาน หรือหน้าโรงเรียน และที่สำคัญคนนั่งแถวหลัง ต้องรัดเข็มขัดนิรภัยด้วย และโดยเฉพาะปีนัง ต้องศึกษาเส้นทางให้ดีนะครับ จะไม่ได้โดนใบเตือนหรือโดนปรับ โดยเฉพาะการจอดรถในที่ห้ามจอดแบบนี้ราคาน้ำมันในประเทศมาเลเซียของปั้มทุกแห่ง ราคาน้ำมันจะถูกกว่าในเมืองไทยเรามาก ทางการจะอนุญาตให้รถจากเมืองไทยเติมได้เฉพาะเบนซิน 97ไม่ให้หรืิอห้ามเติมน้ำมัน 95 ราคาตกแค่ลิตรละไม่ถึง 20 บาท

แต่ที่มาเลเซีย ไม่มีเด็กปั้มคอยเติมน้ำมันให้หรือยิ้มหวานๆให้คนจ่ายเงินเหมือนในบ้านเรา เพียงเอาเงินไปจ่ายหน้าเคาท์เตอร์ เขาจะตัดจ่ายน้ำมันให้ผ่านหัวจ่ายน้ำมันแล้ว ต้องมาเติมน้ำมันใส่รถของเราเองนะครับ2 ภาพนี้ถ่ายไว้ที่ด่านนอก สะเดา เมื่อ 13 ธันวาคม  2559 มีธุระต้องเข้าไปในมาเลเซีย  ไม่ทราบว่าตรงกับวันหยุดยาวของชาวมาเลเซีย มีคนมาเลเซียเดินทางกลับที่ด่านเยอะแยะมากมายหลายคนถามว่าทำไมไปปีนัง ต้องเข้าไปทางด่านปาดังเบซาร์? จริงๆ แล้วถ้าจะให้ใกล้ที่สุด และสะดวกที่สุด ก็ต้องเข้าทางด่านนอกเพราะสภาพถนนสะดวกสบาย -ขับมาจากหาดใหญ่ จ.สงขลา (สายเอเชีย AH2) วิ่งตรงไปสู่ปีนัง ได้เลยครับผมมาครั้งนี้  นึกถึงภาพบรรยากาศแบบข้างบนนี้   เลยเลือกที่จะเดินทางเข้าทางด่านปาดังเบซาร์ดีกว่าเพราะผู้ใช้บริการไม่ได้มากมายแบบนี้ เพราะปาดังฯเป็นทางผ่านไปเปอร์ลิส ส่วนใหญ่คนที่เข้าทางด่านนี้ จะไปเปอร์ลิส เคดะห์ และที่สำคัญที่สุด ต้องมีธุระที่จะต้องเดินทางเข้าไปที่เมืองเปอร์ลิส (Perlis)ด้วย และไม่อยากรอการตรวจตราพาสพอร์ต ที่จะต้องใช้เวลานานกว่ามากเลยปาดังเบซาร์ เข้ามาเลเซียไปแล้ว ผมต้องเดินทางไปทำธุระที่ Kanga ของเมืองเปอร์ลิส ซึ่งรัฐนี้จะเป็นรัฐที่เล็กที่สุดในมาเลเซีย อยู่ทางตอนเหนือสุดของประเทศมาเลเซียและติดชายแดนไทย ทางฝั่งสตูล

โดยทั่วไปถ้าเราข้ามเข้าสู่มาเลเซีย ทางปาดังเบซาร์ เมือขับรถเลยปั้มน้ำมันปิโตรนาส ก่อนขึ้นสะพานลอย ก็สามารถเลี้ยวซ้ายตรงจุดนี้  ไปทางถนนสาย 79 เพื่อไปขึ้นถนนสี่เลนได้เลย แต่ผมมีธุระที่จะต้องเขาไปแถวKanga เลยต้องขึ้นสะพานลอย เพื่อเข้าไปทางเมือง Kanga แห่งรัฐเปอร์ลิสก่อน  จึงต้องใช้เส้นทางปาดังเบซาร์-เปอร์ลิสย่านตลาดการค้าแถวเมืองเปอร์ลิส ส่วนใหญ่ จะมีลักษณะบ้านเรือนคล้ายภูเก็ต(แถวถนนถลาง-พังงา-กระบี่)บ้านเราเป็นตึกเก่าๆย่านตลาดการค้าแถวเมืองเปอร์ลิส ส่วนใหญ่ จะมีลักษณะบ้านเรือนคล้ายภูเก็ต(แถวถนนถลาง-พังงา-กระบี่)บ้านเราเป็นตึกเก่าๆ สถานีขนส่งผู้โดยสารที่อยู่ในย่านกลางเมืองนี้  แต่ก็ไม่ได้เจริญมากนัก บรรยากาศโดยทั่วไปก็ไม่ได้พลุกพล่านจอแจ เท่าไรและมีคนจับจ่ายใช้สอยน้อยมากแวะทำธุระในตัวเมืองเสร็จก็เดินหาซื้อซิมการ์ดสำหรับใช้โทรศัพท์ ซึ่งย่านนี้ ก็มีร้านจำหน่ายโทรศัพท์ อยู่หลายร้าน เลยจัดหาซื้อมาเบอร์หนึ่ง ซึ่งราคาก็ประมาณ 100 บาท เปลี่ยนซิมเสร็จก็ฉลุยเลย สามารถส่งข่าวสารกลับเมืองไทย ได้สบายแล้ว และที่สำคัญสำหรับเราในการขับรถ นั้นก็คือใช้สำหรับการนำทาง โปรแกรมGPS และ Googlemap  ถ้าไม่มีอินเทอร์เน็ตก็คงยุ่งน่าดูบริการอินเทอร์เน็ตในประเทศมาเลเซีย มีบริการยักษ์ใหญ่อยู่หลายรายเหมือนบ้านเรา นะครับ  ราคาก็ไม่ได้แพงมากนัก

                         มหาวิทยาลัยมาเลเซียเปอร์ลิส หรือ Universiti Malaysia Perlis มีชื่อย่อว่า UniMAP
มหาวิทยาลัยนี้คนไทย หรือพี่น้องสี่จังหวัดภาคใต้ หรือคนอยู่ใกล้ๆแถวสตูล มักส่งลูกหลานเข้ามาเรียน และในปัจจุบันมีโครงการ Incountry ซึ่งเป็นโครงการแลกเปลี่ยนกันระหว่างม.วลัยลักษณ์ของไทยด้วยเส้นทางถนนสายหลัก มาจากเปอร์ลิส เพื่อไปบรรจบยังทางหลวงสายหลัก (AH 2) จากหาดใหญ่
รัฐเปอร์ลิส (Kuala Perlis) เป็นหนึ่งใน 13 รัฐ ที่ประกอบเป็นสหพันธรัฐของมาเลเซีย มีสีเหลือง-ฟ้า เป็นสัญลักษณ์ของเมืองบรรยากาศริมถนนระหว่างเปอร์ลิส(194) มาบรรจบเส้นทางที่มาจากด่านนอก อำเภอสะเดา (บูกิตกา ยูฮีตัม)หรือถนนเส้นที่ตรงมาจากหาดใหญ่ (ทางหลวงหมายเลข 4)สองข้างทางก็ยั่งไม่ค่อยเจริญมากนัก บรรยากาศเหมือนอยู่เมืองไทยเลย มีการทำนา ปลูกข้าว เป็นหลัก ทำให้นึกถึงบรรยากาศเหมือนแถวภาคกลาง อยุธยา สุพรรณบุรีของไทย ประมาณนั้น รถยนต์ตามท้องถนนก็มีไม่มากนักเมือเดินทางมาถึงทางต่างระดับ เพื่อเข้าสู่ถนนซูปเปอร์ไฮเวย์E1หรือทางด่วนพิเศษของสหพันธรัฐมาเลเซีย (Expressway) (ซึ่งเป็นเส้นทางสายหลักตรงมาจากหาดใหญ่ หรือถนนสายเอเชีย (AH2) มีการควบคุมการเข้าออกและมีการชำระค่าผ่านทาง มีระยะทาง 460 กิโลเมตรจากรัฐทางด้านเหนือ คือ รัฐเคดะห์(Kedah)) ถึงจะเริ่มจะมีรถขวักไขว่เพิ่มมากขึ้น เพราะเป็นถนนเส้นหลักที่คนมาเลย์และคนไทย ใช้ในการเดินทางไปมาหาสู่กัน และเข้าไปทำธุระหรือท่องเที่ยวซึ่งกันและกัน ทางพิเศษสายนี้ มีการดำเนินการโดยบริษัท พลัส เอ็กเพรสเวย์ ของมาเลเซีย                                             ด่านเก็บเงินบนทางด่วนระหว่างด่านนอก -ปีนัง                                                               บัตรชำระค่าผ่านทางด่วน

บัตรชำระค่าผ่านทางด่วนที่มาเลเซีย ไม่เหมือนเมืองไทยนะครับ ต้องเติมเงินเข้าไปในบัตรก่อนถึงจะใช้แตะเพื่อผ่านทางไปได้  ถ้ามีเงินในบัตร ไม่พอจ่าย ยุ่งนะครับ (หากเป็นระบบที่เรียกว่า Touch& go ) คือ ต้องสแกนบัตรหรือแตะบัตรก่อน ประตูจะเปิดให้ผ่านอัตโนมัติ และระบบจะอ่านค่าในบัตรให้ การใช้งาน เหลือเงินในบัตรอยู่อีกเท่าไหร่ ต้องสังเกตุให้ดีป้ายแสดงผลด้านหน้า(ไม้กั้น)ให้ดีนะครับ สำหรับคนที่ไม่เคยใช้ระบบนี้ ถ้าผ่านเข้าช่องนี้ แล้วไม่มีเงินในบัตรจะยุ่ง จะมีเสียงไซเรน เตือนให้เราขายหน้าได้แน่นอน จนกว่าจะมีหรือหาพนักงานบริการบนทางด่วนมาแนะนำให้คือ รับเงินของท่านและบัตรไปเติมเงินให้ ก็คงเพียงพอให้ได้อายคนมาเลย์ได้อยู่นะครับ

                   ด่านเก็บเงินค่าผ่านทาง จะเห็นอยู่ทั่วไปบนถนนสายทางด่วนพิเศษ( Expressway)บนทางด่วนของมาเลเซีย ถนนราบเรียบดีมาก รถยนต์ต่างๆก็ทำเวลากันได้เต็มที่ เป็นถนนไม่มีสี่แยกแต่อย่างใด สมคำร่ำลือมานานว่า ประเทศมาเลเซียนั้นออกแบบถนนได้ดี(บ้านเราก็ออกแบบได้ดีนะครับ แต่ขาดการบำรุงรักษา) ถ้าเป็นเมืองไทยของเรา น่าจะเทียบได้กับถนนเส้นมอเตอร์เวย์ ทางหลวงสาย 7 (กรุงเทพ-พัทยา) สองข้างทาง ก็มีตาข่ายกั้นทั้งหมด ไม่มีรถตัดหน้าได้เลย หากมีการซ่อมแซมถนนของแขวงการทาง จะมีเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ หรือคนโบกให้สัญญาณให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้ทราบล่วงหน้า เป็นกิโลเมตร จะได้ระมัดระวังในการขับขี่ ขับรถเลยมาตั้งแต่ด่านปาดังเบซาร์มาส่วนใหญ่ บ้านเมืองมีลักษณะ คล้ายบรรยากาศปักษ์ใต้บ้านเราจริงๆ แทบจะไม่แตกต่างกันเลย

จุดแวะพักรถระหว่างทางบนทางด่วน ( Plaza Toll ) มีอยู่ตลอดเส้นทาง สำหรับแวะพักทานอาหาร ห้องน้ำ จับจ่ายใช้สอย หรือบางช่วงจะมีปั้มน้ำมันไว้บริการสำหรับนักเดินทาง อยู่เป็นระยะๆ

Plaza Toll ระหว่างทางจากปีนัง-ไปสู่เมืองหลวงกัวลาลัมเปอร์ บางร้านหรูระดับเดียวกับอยู่บนห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่เลยทีเดียว

แต่ที่สำคัญร้านต่างๆเหล่านี้ อยู่ด้านบนสะพานลอยทางข้ามถนน ดูดีมากๆครับ เท่าที่ทราบในเมืองไทยบ้านเรา ไม่พบเจอที่ไหนนะครับ ที่มีห้างสรรพสินค้าบนสะพานลอยทางข้ามแบบนี้เลยครับ อยากให้มีบ้างจังสองข้างทางของทางด่วนเส้นนี้  จะเต็มไปด้วยสวนปาล์มและสวนยางเป็นส่วนใหญ่ ผ่านย่านเมืองต่างๆของ 2 รัฐที่ผ่านมา คือ เปอร์ลิส (Kuala Prelis) เคดะห์(Kedah) เห็นเมืองๆหนึ่ง ที่ชื่อคุ้นๆ สุไหงเปตานี (Sungai Petani ) ผ่านเมืองย่านนี้ ก็ไม่ค่อยมีความเจริญสักเท่าไหร่ ซึ่งเมืองหลักๆของมาเลเซีย จะอยู่ย่านริมทะเล ทางดานตะวันตก หรือทางฝั่งช่องแคบมะละกาขับไปสักพักก็จะถึงเมืองที่คนไทยคุ้นๆ  คือ เมืองปัตเตอร์เวอร์ธ (Butterworth)ซึ่งหากบางท่านเคยเดินทางด้วยรถไฟ คงจะเคยเห็นรถด่วนจากกรุงเทพ-ปัตเตอร์เวอร์ธ ก็จะวิ่งมาสุดปลายทางที่นี่ ใครใช้บริการรถไฟต้องมาลงที่นี่ เพื่อต่อเรือไปยังเมืองจอร์จทาวน์ บนเกาะปีนังด้วยเรือเฟอร์รี่เซอร์วิส หรือตรงจุดนี้ก็สามารถนั่งรถไฟต่อไปยังกัวลาลัมเปอร์หรือสิงคโปร์ได้เลย   วิ่งเลยต่อมาจนเข้าเขตรัฐปีนัง (Kuala Penang) ถึงจะเห็นความเจริญเพิ่มขึ้น (ถ้าเราเข้ามาเลเซีย ทางด่านนอก อ.สะเดา ก็ขับตรงดิ่งมาเลยไปต้องเลี้ยวไหน เพื่อเข้าเกาะปันัง)ได้เลย และจะต้องมาเทิรน์ ทางด้านซ้ายเพื่อเดินทางข้ามสะพานเข้าสู่เกาะปีนังเท่านั้นสะพานปีนังข้ามฝั่งระหว่างผืนดินใหญ่ -เกาะปีนัง (Butterworth-Penang)ยามค่ำคืน มีความยาว 13.5 กิโลเมตร

  ขอบคุณภาพจาก wiki

ข้ามฝั่งถึงเกาะปีนัง ตอนเย็นแล้ว ปีนังทั้งเกาะ มีพื้นที่ 1,048 ตารางกิโลเมตร ชาวเล เรียกว่า ปูเลาปีนัง หรือเกาะหมาก ต่อมาอังกฤษเรียกว่า เกาะพรินซ์ออฟเวลส์ต มีขนาดพื้นที่ใหญ่กว่าเกาะภูเก็ตและสิงคโปร์ แต่มีความหนาแน่นของประชากรมากกว่าภูเก็ต เข้าปีนังมาแล้วรถเริ่มมาก เพราะ ปีนัง เป็นเมืองท่าที่สำคัญ เป็นเมืองหลักเมืองหนึ่งรองจากกัวลาลัมเปอร์ ทั้งด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

ขับรถผ่านย่านใจกลางเมืองจอร์จทาวน์ เพื่อไปทางทิศตะวันตก  ที่เขาเรียกว่า บาตูเฟอรินกิ (batu ferringhi) ซึ่งเป็นชายหาดท่องเที่ยวที่ชื่อดังที่สุดของเกาะปีนัง มีนักท่องเที่ยวทั่วไป พักอยู่ตามโรงแรม รีสอร์ท จะมาพักกันย่านนี้ที่พัก BAYU APARTMENT อยู่ใกล้ชายหาดชื่อดังย่าน(batu ferringhi) อยู่ตรงข้ามกับโรงแรมปีนังเบย์วิว

BAY VIEW BEACH RESORT PENANGHARDROCK  PENANG

มาพักที่นี่ ถึงดูว่าค่าห้องจะแพงไปซักหน่อย  แต่ในเมือไม่มีเวลาหาห้องที่ถูกกว่านี้  ก็คิดเสียว่า มานอนพักตามอากาศแล้วกัน เพราะเหมือนกับพักรีสอร์ทระดับโลก ซึ่ง เขาคงจ่ายแพงกว่าเรามาก….พบกับตอนต่อไปครับ