หน้าหลัก

หวันโพล้เพล้…ที่ชายเลหัวไทร

       เมืองนากุ้ง ทุ่งนาข้าว จ้าวทะเล เสน่ห์หาดทราย มากหลายศิลปิน คำขวัญอำเภอหัวไทร….ที่ลูกหลานชาวหัวไทร ท่องได้กันจนขึ้นใจ หัวไทร เมืองที่เคยได้ชื่อว่า”เมืองนากุ้ง” ที่เมื่อประมาณ 30 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเปรียบเสมือนเป็น“ยุคทอง” ของคนหัวไทร ด้วยทำเลและสภาพของพื้นที่ที่มีความเหมาะสมที่สุดในการเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำแห่งหนึ่งในภาคใต้ ทำให้ธุรกิจเพาะเลี้ยงกุ้งและธุรกิจทีี่เกี่ยวเนื่องกับการเลี้ยงกุ้งที่นี่รุ่งเรืองเป็นอย่างมาก นักธุรกิจ นักลงทุนเข้ามาลงทุนในพื้นที่อย่างมากมาย จนทำให้เศรษฐกิจหัวไทร ในขณะนั้นสูงที่สุดของจังหวัดนครศรีธรรมราช และยังทำให้หัวไทรเจริญขึ้นเป็นอย่างมาก  ทั้งที่พื้นที่เดิมของหัวไทร เป็นพื้นที่เพาะปลูกข้าว เป็นแหล่งผลิตข้าวชั้นดีแห่งหนึ่งของลุ่มน้ำปากพนัง เป็นที่ทราบก้นดีว่าข้าวของหัวไทร เป็นข้าวที่มีคุณภาพ และได้หล่อเลี้ยงวิถีและชีวิตของคนใต้มาอย่างยาวนานได้กลับไปหัวไทร ถึงจะไม่บ่อยนัก สิ่งสำคัญคือ การได้ไปเยี่ยมพ่อและแม่ ญาติๆที่อยู่หัวไทร  ได้ไปดู ไปแล ไปเห็น  ความเปลี่ยนแปลงของหัวไทร อยู่เสมอ ทุกเมื่อเชื่อวัน….. วันนี้ สภาพเช่นหัวไทรเมื่อก่อนคงไม่หวนคืนมาแล้ว แต่หัวไทร….ยังมีของดีอีกหลายอย่าง….ที่ยังมีมนต์เสน่ห์ สิ่งนั้น คือ หาดทราย…..วันนี้ ขออนุญาตได้แนะนำให้คนต่างถิ่น ต่างจังหวัดได้รู้จัก ..หาดจันทร์แจ้ง….ของหัวไทร กันครับ

           หาดจันทร์แจ้ง  ตั้งอยู่หมู่ที่ 2  ตำบลหน้าสตน   เป็นหาดที่ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของเจ้าภาพหลัก เจ้าของพื้นที่ คือ กำนันตำบลหน้าสตน ภายใต้การนำของคุณสุกิจ เนียมรินทร์  ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่  2 ทีมงานนักปกครองในพื้นที่หลายหมู่บ้าน หลายพื้นที่ และในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งเทศบาลตำบลหน้าสตน ผู้ดูแล และองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งก็เคยได้มาจัดกีฬาชายหาด ส่งเสริมการท่องเที่ยวและโปรโมท หาดแห่งนี้อยู่เสมอ..เรื่อยมา

            หาดจันทร์แจ้ง เป็นชายหาดริมฝั่งทะเลอ่าวไทยในอำเภอหัวไทร โดยอยู่ห่างจากตัวอำเภอหัวไทรไปตามถนนทางหลวงแผ่นดิน สาย 4013 (หัวไทร-ปากพนัง) ประมาณ 5 กิโลเมตร เมื่อขับรถเลยตลาดหัวไทร ข้ามสะพานหัวไทร ไปอีกประมาณหนึ่งกิโลเมตร จะถึงสี่แยกหน้าศาล  หากเลี้ยวขวา จะเป็นเส้นทางไปทางอำเภอระโนด และจังหวัดสงขลา และถ้าเลี้ยวซ้าย ไปอำเภอปากพนังและแหลมตะลุมพุก ตรงสี่แยกไฟแดง ขับรถตรงไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร ก็จะถึงชายหาดจันทร์แจ้ง สังเกตุเห็น จะมีซอยเล็กๆลงทะเลทางขวามือ ประมาณ 100 เมตร

         ที่นี่..ยังมีเปลือกหอยสวยๆ ต่างๆ กองทับถมเรียงรายกันอยู่มากมาย ทำให้หวนนึกถึงสมัยเราเป็นเด็กที่วิ่งเล่นริมทะเลแถวนี้  ภาพเก่าๆ ยังไม่เลือนหายไปเสียทีเดียว….สภาพเปลือกหอยแบบนี้  ทุกวันนี้ หาชมได้ยากมาก โดยเฉพาะชายหาดชื่อดังแถวกระบี่…ภูเก็ต…แทบจะไม่มีให้เห็น ใครอยากเห็นทะเลยามเย็น ว่างๆ จันทร์แจ้ง คงเป็นหาดหนึ่ง ที่น่าจะไปนั่งเล่น พักผ่อนกับครอบครัว ลงเล่นน้ำทะเลกันพอได้ชื่นใจ…ด้วยหาดทรายที่กว้างขวาง…ถึงแม้น้ำทะเลจะไม่ใสและสวยเหมือนท้องทะเลชื่อดัง….แต่บรรยากาศที่นี่  ก็ไม่ได้เป็นรองที่ไหนๆ(ถ้าใครเคยไปหาดบาตู เฟอริงกี้ (Batu Feringghi )ที่ปีนัง ที่นี่ยังสวยกว่ามาก)

วันนี้ หาดจันทร์แจ้ง เป็นหาดที่มีพื้นที่ทราย กว้างขวางกว่าเดิม มีทรายและชายหาดเพิ่มขึ้นมากมาย ผลสืบเนื่องจากการที่กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ได้ทำเขื่อนกันคลื่นในหลายปีที่ผ่านมาด้วยวิวและทิวทัศน์ที่นี่  นั่งกินลม ชมวิว ชมทะเล เพลินๆ ได้อย่างสบายๆ  ส่วนใครอยากทานอาหาร ที่ชายหาดแห่งนี้ ก็ยังมีร้านอาหารต่างๆทั้งอาหารไทย  อาหารทะเล ซีฟู้ด จากชาวเลแถวเกาะยาว …ให้ได้ชิมลิ้มรส…กันอีกด้วย สนนราคาก็ไม่ได้แพง เกินที่จะนั่งกันได้…